ช่วงลดน้ำหนัก ขนมหวาง

กินไอศกรีมแล้วอ้วน ? วิธีกินไอศกรีมไม่ให้อ้วนในช่วงลดน้ำหนัก

กินไอศกรีมแล้วอ้วน ? วิธีกินไอศกรีมไม่ให้อ้วนในช่วงลดน้ำหนัก

ใครๆ ก็ชอบกินไอศกรีมกันทั้งนั้นนะครับ ยิ่งประเทศไทยเป็นเมืองร้อนแล้วด้วย เวลาอากาศร้อนๆ ได้กินไอศกรีมเย็นๆ สักถ้วยก็ช่วยคลายร้อนไ้ด้ไม่เบา แต่สำหรับคนที่กำลังลดความอ้วนคงจะคิดหนักนะครับ เพราะไอศกรีมมีแคลอรี่สูง แต่ถ้าเรารู้จักเลือกกิน แม้จะลดความอ้วนอยู่ก็กินไอศกรีมได้ครับ

คำถามที่ว่า “กินไอศกรีม แล้วอ้วน” เป็นไปได้ไหมครับว่าคำตอบจะเป็น “ไม่ใช่” เป็นไปได้สิครับ เพราะ ไอศกรีมไม่ได้ทำให้อ้วน แต่วิธีการกินต่างหากล่ะครับที่ทำให้อ้วน ไม่ว่าจะเป็นของกินประเภทไหน ถ้าเรากินอย่างถูกวิธี เราก็สามารถกินได้แม้จะกำลังลดความอ้วน บทความนี้ผมจะแนะนำเกี่ยวกับวิธีการกินไอศกรีมที่ไม่ทำให้อ้วนครับ

ไอศกรีมแต่ละประเภทมีแคลอรี่อยู่เท่าไร

ก่อนอื่นเราต้องมารู้กันก่อนว่าไอศกรีมแต่ละประเภทมีแคลอรี่อยู่เท่าไรครับ ในที่นี้ ผมจะเรียงลำดับจากไอศกรีมทีไขมันนม (milk fat) มากไปหาน้อยครับ

  • ปริมาณแคลอรี่แยกตามชนิดของไอศกรีม (คิดจากไอศกรีม 100 กรัม)
  • ไอศกรีม (ไอศกรีมทั่วไป อย่าง Haagen-Dazs เป็นต้น) มีไขมันนมสูง 12% ให้แคลอรี่ 212 kcal
  • ไอซ์มิลค์ (คล้ายไอศกรีมทั่วไป แต่จะมีไขมันนมต่ำกว่า 10%) มีไขมันนม 6.4% ให้แคลอรี่ 167 kcal
  • แลตโต ไอศกรีม (เรียกง่ายๆ ก็ไอศกรีมที่มีจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัสครับ) มีไขมันปกติ 13.6% ให้แคลอรี่ 224 kcal
  • ซอฟต์ครีม มีไขมันนม 5.6% ให้แคลอรี่ 146 kcal

นอกจากนี้แต่ละอย่างก็ยังมีหลากหลายรสชาติด้วยนะครับ ลองมาดูคร่าวๆ แต่ละรสกันครับว่าให้แคลอรี่แตกต่างกันแค่ไหนครับ

ตัวอย่างไอศกรีม Haagen-Dazs

Haagen Dazs

  • วนิลา 267 kcal
  • คุ้กกี้ & ครีม 269 kcal
  • สตรอเบอร์รี่ 257 kcal
  • ชาเขียว 261 kcal
  • ทิระมิสึ 247 kcal
  • crispy sandwich caramel 329 kcal

เคล็ดลับการกินไอศกรีมไม่ให้อ้วน

มีหลายคำถามเกี่ยวกับเรื่องไอศกรีมนะครับ เช่น “ไอศกรีมแบบไหนกินแล้วอ้วนง่าย” , “เทียบกับขนมหวานทั่วไปแล้ว อันไหนอ้วนง่ายกว่ากัน” คือถ้าเรามองเรื่องของความอ้วนง่ายนะครับ จะของหวานแบบไหนก็เหมือนกันครับ ยิ่งแคลอรี่สูง ยิ่งอ้วนง่าย เอาล่ะครับอย่ารอช้าไปดูกันเลยว่ากินไอศกรีมอย่างไรไม่ให้อ้วน

ก่อนซื้อเช็คแคลอรี่ให้ดี

ก่อนหน้านี้ผมได้เสนอปริมาณแคลอรี่ของไอศกรีมแต่ละประเภทไปแล้วนะครับ ดังนั้นก็ดูคร่าวๆ จำไว้จะเป็นประโยชน์ตอนจะซื้อมากครับ

ไอศกรีมที่ควรหลีกเลี่ยง 3 ชนิด

  • เปรียบเทียบระหว่างขนาดของไอศกรีมกัับแคลอรี่ที่จะได้รับ ทางที่ดีขนาดใหญ่ห้ามสั่งเด็ดขาด
  • น้ำแข็งใสที่ใส่ท็อปปิ้งเป็นนมข้นหวาน หรือของหวานอื่นๆ ต้องระวังให้ดี
  • ของที่ใส่ช็อกโกแลต, ถั่วแดง, ถั่วต่างๆ, วัฟเฟิล ควรหลีกเลี่ยง

เคล็ดลับการเลือกไอศกรีม 3 ข้อ

1. เรียงลำดับการเลือกดังนั้น ไอศกรีม < ไอซ์มิลค์ < น้ำแข็งใสธรรมดา หรือ ฟรุ้ตเชอร์เบ็ท

2. แต่ละรสชาติก็มีแคลอรี่แตกต่างกัน แต่ก็คำนวณค่อนข้างลำบาก อนุโลมให้เลือกรสที่ชอบได้ครับ

3. ซอฟต์ครีม มีไขมันและให้แคลอรี่น้อยกว่าไอศกรีมชนิดอื่นๆ กินได้สบายใจ (กินในปริมาณที่พอดีนะครับ)

กินตอนบ่าย อ้วนยาก

  • ช่วงที่กินแล้วอ้วนยากคือ บ่าย 3 – 6 โมงเย็นครับ
  • ช่วงนี้ร่างกายจะมีอุณหภูมิสูงที่สุด ทำให้เผาผลาญไ้ด้ดี
  • ในระหว่างลดความอ้วนหากอยากกินไอศกรีมก็ให้เลือกกินช่วงเวลาที่ผมบอกจะดีที่สุดนะครับ

เลือกดูที่คุณภาพมากกว่าปริมาณ

ไอศกรีมแบบพรีเมียมจัดเต็ม ดูน่าจะอร่อยแต่แอบซ่อนแคลอรี่ไว้เพียบครับ ถ้าอยากกินจริงๆ ก็ให้เลือกเป็นขนาดเล็กสุดครับ ในช่วงลดน้ำหนักเราควรกินของหวานให้ได้แคลอรี่ไม่เกิน 10% ต่อวันครับ อย่างเช่น ไอศกรีม Haagen-Dazs multipack 1 ลูกให้แคลอรี่ 160 kcal ก็ยังถือว่าเป็นขนาดที่พอรับได้ครับ

เข้าร้านไอศกรีมต้องระวัง

เวลาเราจะเลือกซื้อไอศกรีมบางทีมีหลายรสที่ชอบ ก็เผลอซื้อ หรือสั่งมาซะทุกรส แถมยังสั่งท็อปปิ้งเป็นวัฟเฟิลเพิ่มอีก แค่นี้แคลอรี่ก็ปาไป 400 kcal แล้วครับ รวมถึงไอศกรีมที่ขายในตู้แช่ตามร้านทั่วไป เราไม่รู้เลยว่าข้างในมีอะไรบ้าง เวลาจะกินหรือสั่งก็สั่งแค่ 1 ลูกพอนะครับ จะได้ไม่เผลอกินเข้าไปซะหมด

Return Top