ลดน้ําหนักด้วยตัวเอง

10 เทคนิคการจัดการเวลา เพื่อความสำเร็จในการลดความอ้วน

10 เทคนิคการจัดการเวลา เพื่อความสำเร็จในการลดความอ้วน

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการลดความอ้วนให้สำเร็จนั่นก็คือ ความตั้งใจอย่างแรงกล้าครับ ทุกคนมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน ทั้งๆ ที่ทุกคนก็ยุ่งเหมือนกัน แต่ทำไมมีทั้งคนที่ลดน้ำหนักแล้วสำเร็จ กับคนที่ไม่สำเร็จ นั่นก็หมายความว่าแต่ละคนใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ไม่เท่ากันนะครับ ไม่ว่าคุณจะเลือกวิธีไหนในการลดความอ้วนมันก็ไม่สำคัญเท่ากับการที่คุณใช้เวลาไปอย่างคุ้มค่าหรือไม่ ถ้าคุณบริหารเวลาไม่ดี ไม่มีเวลาเหลือ ก็ออกกำลังกายไม่ได้ใช่ไหมครับ ครั้งนี้ผมอยากจะเสนอเคล็ดลับในการบริหารเวลาให้คุ้มค่า และเกิดประโยชน์มากที่สุด เพื่อให้การลดความอ้วนของคุณสำเร็จครับ

จดรายการสิ่งที่ “ต้องทำ”

พูดง่ายๆ ก็คือรายการที่ต้องทำในแต่ละวันเพื่อให้ลดน้ำหนักได้ตามที่ต้องการนั่นแหละครับ ในแต่ละเดือนเราต้องตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะลดความอ้วนได้ให้กี่กิโลกรัม และภายในกี่เดือน ตัวอย่างเช่น หลังตื่นนอนแล้วจะยืดแขน หมุนแขน, ตื่นเช้ามาต้องดื่มน้ำอุ่น, ยกขาออกกำลัง ระหว่างแปรงฟันไปด้วย เป็นต้น พยายามเขียนให้ละเอียดนะครับ แต่ไม่ใช่เขียนแล้วก็จบเท่านั้นนะครับ พอเราทำไปได้สักพักจนชินแล้ว ก็ให้ลองเปลี่ยนโปรแกรมใหม่นะครับ จะเขียนไว้ในสมาร์ทโฟนก็สะดวกดีนะครับ

หาเวลาว่าง แม้สักนิดก็ยังดี

หลังจากที่เขียนสิ่งที่ต้องทำได้แล้ว จากนั้นให้เราแบ่งเวลา แล้วก็มาหาเวลาว่างครับ ถ้าในรายการของเรามีสิ่งที่ทำได้ในเวลาสั้นๆ เราก็สามารถเอาไปทำในช่วง “ช่องว่างของเวลา” ได้ คำว่าช่องว่างของเวลาในที่นี้ก็คือ ช่วงว่างสั้นๆ เช่นระหว่างรอรถไฟฟ้า หรือรอรถเมล์ เป็นต้น ตัวอย่างเช่น ออกกำลังนิ้วเท้าด้วยการยืนด้วยปลายเท้าระหว่างรอรถไฟฟ้า, ดันเข่าเข้าหากันระหว่างนั่งรถไฟฟ้าไปทำงาน, ใช้ห้องน้ำชั้นอื่นของที่ทำงาน (ขึ้นลงบันได) เราจะรู้ตัวเองดีที่สุดว่าวันหนึ่งๆ เราพอจะมีเวลาว่างช่วงไหน ซึ่งบางกิจกรรมก็ไม่ต้องใช้เวลามาก สามารถทำได้ในช่วงสั้นๆ

เตรียมพร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้

พักผ่อนให้เพียงพอ นอนอย่างมีคุณภาพ ไม่นอนดึก เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการลดความอ้วนให้สำเร็จครับ เช่น หากเรามีนิสัยที่ชอบกินก่อนนอน จะทำให้ระบบการย่อย การดูดซึม การขับถ่ายไม่ราบรื่น อาจทำให้นอนหลับไ่ม่สนิท นอกจากนี้การนอนไม่เพียงพอจะทำให้หลังจากตื่นนอนแล้ว สมองไม่ปลอดโปร่ง ทำอะไรก็ไม่คล่องตัว ง่วงซึม และระบบการเผาผลาญไม่ดีตลอดช่วงเช้าครับ เราควรกินอะไรให้เสร็จก่อนนอน 3 ชั่วโมง จากนั้นอาบน้ำ และอาจมีการนวดบ้าง เตรียมพร้อมสำหรับการลดความอ้วนในวันถัดไป

ฝึกคิดในช่วงเช้า (Image training)

ถ้าเราเคลื่อนไหนหรือออกกำลังกายในตอนเช้า จากนั้นอีก 5-6 ชั่วโมง ระบบเผาผลาญในร่างกายก็จะทำงานได้เป็นปกติ นั่นก็คือ ถ้าเราใช้เวลาช่วงเช้าให้คุ้มค่า ก็จะช่วยให้เราลดความอ้วนได้ในระดับหนึ่งนะครับ ตื่นเช้ามาเราจะต้องคิดเตรียมไว้ว่าวันนี้จะลดความอ้วนด้วยวิธีไหน ตื่นมาต้องยืดเส้นยืดสาย, กินข้าวเช้า, วันนี้ต้องระวังอะไรบ้าง, มีดินเนอร์ดึกไหม ถ้าเราคิดได้ในตอนเช้า เราก็จะสามารถเตรียมการล่วงหน้าได้ ต้องกินเท่าไร ควบคุมอะไรบ้าง

สร้างสภาพแวดล้อมในมีสมาธิกับการลดความอ้วน

ข้อนี้ก็สำคัญนะครับ สมมตุว่าเช้านี้ตั้งใจจะออกกำลังกายที่ห้อง เต้น หรือเล่นโยคะก็ดี แต่พอมองไปรอบๆ ห้อง “ทำไมมันรกอย่างกับรังหนูแบบนี้ ไม่ออกกำลังกายแล้ว ห้องไม่สะอาด” หรือ “วันนี้จะไม่กินขนมหวาน” แต่วางขนมไว้ล่อตาล่อใจบนโต๊ะ อดใจไม่ไหว คิดว่า “กินก่อนแล้วค่อยลดละกัน” แบบนี้คงไม่ดีแน่นะครับ ทันทีที่ตั้งใจจะลดความอ้วน การจัดห้องหรือพื้นที่ให้เหมาะสม รวมถึงสภาพแวดล้อมอื่นๆ เป็นสิ่งที่สำคัญมากครับ

จะลดน้ำหนัก ไม่ควรผัดวันประกันพรุ่ง

ข้อนี้เป็นสิ่งที่เราไม่ควรทำอย่างยิ่งครับ หลายคนที่อยากลดความอ้วนแต่มักบอกว่า “เอาไว้พรุ่งนี้ละกัน” แล้วมื้อเย็นก็จัดหนัก สิ่งสำคัญในการลดความอ้วนไม่ใช่แค่ลดน้ำหนัก แต่ต้องเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตที่ผิดๆ ที่เราทำซ้ำๆ ด้วยครับ ใครที่คิดจะลดความอ้วนควรเปลี่ยนจาก “พรุ่งนี้ฉันจะลดความอ้วน” มาเป็น “ฉันจะเริ่มลดความอ้วนตั้งแต่วันนี้” กันเถอะครับ

เลือกวิธีการลดความอ้วนอย่างรอบคอบ

ต่อให้เราตั้งใจ และพยายามจะลดความอ้วนแค่ไหน แต่ถ้าวิธีที่เลือกผิด ไม่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง กลายเป็นว่าสร้างภาระให้กับร่างกายตัวเองมากเกินไป สุดท้ายเราก็จะเหนื่อยและหมดกำลังใจในการลดความอ้วน เสียเวลาเปล่าครับ สิ่งแรกที่เราควรพิจารณาเลยก็คือ วิธีที่เราเลือกมานั้นเหมาะกับนิสัย, การใช้ชีวิต และสภาพร่างกายของเราหรือไม่

หวังผลที่แน่นอน ระยะยาว ไม่รีบร้อน

หลายคนที่อยากลดความอ้วนแล้วให้เห็นผลเร็วๆ ก็เลยตั้งใจลดความอ้วนหักโหมจนเกินไป ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจะทำให้เหนื่อย และอาจล้มเลิกกลางคันได้ครับ ดังนั้นทำเท่าที่เราทำได้ก็พอนะครับ บางคนทั้งๆ ที่เขียนสิ่งที่ต้องทำไว้แล้ว ก็ทำตามนั้นทุกวัน พอดูท่าจะไปไม่รอด ก็เกิดความเครียดขึ้นมาซะอย่างนั้น สุดท้ายก็ตัดสินใจ “เลิกดีกว่า” สรุปที่ทำมาไม่มีความหมายอะไรเลย หากเราตั้งใจจะทำอะไรก็ต้องทำให้สำเร็จนะครับ วันนี้มีแผนจะไปวิ่ง ก็ไปวิ่ง แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นจริงๆ วันนี้ทำไม่ได้ ก็ให้มาพยายามใหม่ในวันต่อไป อย่ายอมแพ้นะครับ

ให้รางวัลกับตัวเองบ้าง

บางที บางคนเกิดความเครียดในระหว่างลดความอ้วน ผมเข้าใจครับเพราะเราต้องทั้งควบคุมอาหาร, บริหารเรื่องเวลา และออกกำลังกาย ดังนั้นเราควรจะต้องให้รางวัลกับตัวเองบ้าง ถ้าเราทำได้สำเร็จตามเป้าหมาย เช่น ตั้งไว้เลยว่าจะให้ในรายการสิ่งที่ต้องทำ ที่เขียนไว้ หากทำได้ครบ ~ข้อ จะให้ของขวัญกับตัวเอง หรือถ้างดขนมที่ตัวเองชอบได้ติดต่อกัน 3 วัน ก็จะซื้อของให้ตัวเอง เป็นต้น การทำแบบนี้จะช่วยสร้างกำลังใจให้กับตัวเองในการลดความอ้วนต่อไปครับ

คิดในแง่ดี “เรื่องที่ช่วยไม่ได้” ไม่ต้องเก็บมาคิด

สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ การเรียกกำลังใจกลับมาครับ บางครั้งเราเผลอดื่มแอลกอฮอล์, กินข้าวมากเกินไป, ไม่ได้ออกกำลังกาย หรืออื่นๆ แล้วก็มานั่งกลุ้มใจทีหลัง ซึ่งถ้าเราไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ก็ไม่จำเป็นต้องเก็บความรู้สึกนั้นไว้ เก็บมาคิดมาก วันนี้พลาด พรุ่งนี้ก็พยายามใหม่ได้ครับ ไม่ว่าเราจะเลือกวิธีไหนลดความอ้วน เราก็ต้องทำให้ต่อเนื่อง บางครั้งเราหมดกำลังใจหรือคิดมากก็ต้องหาวิธีเรียกกำลังใจกลับมา ค่อยๆ เริ่มทำจากสิ่งที่เราทำได้ แล้วในที่สุดก็จะสำเร็จเองครับ สมัยก่อนเคยมีคำพูดของคนอเมริกาว่า “ถ้าอ้วน ก็ไม่ประสบความสำเร็จ” จากคำพูดนี้ถ้าจะเปลี่ยนผมจะขอพูดใหม่ว่า “ถ้าไม่รู้จักแบ่งเวลา ก็ไม่ลดความอ้วนไม่สำเร็จ”

การได้ลองคิดปรับเปลี่ยนสิ่งเล็กๆ น้อยๆ จะทำให้เราจัดสรรเรื่องเวลาได้เก่งขึ้น ลอง ลองนำทั้ง 10 เคล็ดลับนี้ไปกันดูนะครับ

Return Top