ลดน้ําหนักด้วยตัวเอง

คุณรู้ไหมว่า”กลิ่นจากการลดความอ้วน”

คุณรู้ไหมว่า”กลิ่นจากการลดความอ้วน”

เพื่อนๆ เคยได้ยินเรื่อง “กลิ่นจากการลดความอ้วน” ไหมครับ คือตอนที่เราอดอาหาร พอท้องว่าง เราจะรู้สึกเหมือนว่าปากส่งกลิ่นออกมา กลิ่นนี้เกิดจากพฤติกรรมการกินที่ไม่มีวินัยครับ

หลายคนตั้งใจลดน้ำหนักตัวอย่างเอาเป็นเอาตาย จนลืมใส่ใจเรื่องกลิ่นที่ออกมาจากร่างกาย หรืออาจจะชินจนไม่รู้ว่า หากลดความอ้วนเพื่อหุ่นที่ผอมเพรียวได้แล้ว แต่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมาก็ไม่มีประโยชน์นะครับ แล้วกลิ่นที่ว่านี้มีสาเหตุมาจากอะไร ครั้งนี้ผมจะมาอธิบายให้ได้รู้กันครับ

สาเหตุของกลิ่นจากการลดความอ้วนคือ ?

กลิ่นการลดความอ้วน

สาเหตุสำคัญคือการลดความอ้วนด้วยการควบคุมแคลอรีมากเกินไป หรืออาจเกิดจากการงดคาร์โบไฮเดรต การลดความอ้วนแบบสุดโต่งที่เกิดจากการกินนี้ จะทำให้มวลกล้ามเนื้อลดลง ระบบการเผาผลาญพื้นฐานก็ตกลง รวมถึงการเผาผลาญเพื่อแลกเปลี่ยนพลังงานก็จะไม่ราบรื่น หากเป็นอย่างนี้ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะอดอาหาร ร่างกายจึงต้องการพลังงาน และเนื่องจากร่างกายไม่สามารถใช้พลังงานจากไขมันได้โดยตรง สมองของเราจึงแตกตัวไขมันและโปรตีนออกมาเป็นกรดไขมัน แล้วพยายามสร้างน้ำตาลจากกรดไขมันขึ้นมาใช้เป็นพลังงานอีกที

หากมีการเผาผลาญที่ผิดจากปกติแบบนี้เกิดขึ้น จะทำให้กรดไขมันเปลี่ยนเป็นพลังงานได้อย่างไม่ราบรื่น เกิดเป็น “กรดแลคติก” และ “คีโทนบอดีส์” ซึ่งเป็นสาเหตุของ “กลิ่นจากการลดความอ้วน” สรุปก็คือ กลิ่นจากการลดความอ้วนนี้เกิดจากที่ร่างกายเข้าสู่ภาวะอดอาหาร แล้วทำให้ระบบเผาผลาญตกลง ร่างกายจึงจำเป็นต้องสร้างพลังงานขึ้นมาทดแทน แต่การเผาผลาญนั้นไม่สมบูรณ์จึงเกิดเป็นกลิ่นออกมานั่นเองครับ

“กรดแลคติก” และ “คีโทนบอดีส์” คืออะไร ?

กรดแลคติค (Lactic acid)

การที่ระบบเผาผลาญพื้นฐานของร่างกายตกลงเรื่อยๆ จากการลดความอ้วนนั้น นอกจากนะทำให้ร่างกายสร้างความร้อนได้ยากแล้ว ยังทำให้การไหวเวียนของเลือดแย่ลงด้วยครับ หากประสิทธิภาพการเผาผลาญลดลงจะเกิดกระบวนการสร้างกลูโคส (gluconeogenesis) จากนั้นกรดแลคติกก็จะถูกผลิตออกมา กรดแลคติกจะออกมาจากเหงื่อพร้อมกับกรดแอมโมเนีย เวลาที่เหงื่อไหลกรดแอมโมเนียจะส่งกลิ่นแรงขึ้น

คีโทนบอดีส์ (ketone bodies)

เวลาลดความอ้วนอย่างรวดเร็ว หรือออกกำลังกายไม่พอ ระบบเผาผลาญพื้นฐานจะตกลง กรดไขมันก็จะเผาผลาญไม่สมบูรณ์ กรดไขมันส่วนเกินจะไหลเข้าสู่กระแสเลือดมากขึ้น สารที่มีกลิ่นชื่อ “คีโทนบอดีส์” จะถูกผลิตออกมาที่ตับ คีโทนบอดีส์เป็นสารที่มีกลิ่นรุนแรง กลิ่นจะคล้ายกับกลิ่นคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน และถ้าสารคีโทนบอดีส์ไหลเข้าสู่กระแสเลือดมากขึ้น จะทำให้เกิดกลิ่นปาก กลิ่นตัว และปัสสาวะมีกลิ่นเหม็นรุนแรง กลิ่นเหล่านี้ก็คือ กลิ่นที่เกิดจากการลดความอ้วนนั่นเองครับ

กลิ่นจากการลดความอ้วน = หลักฐานที่บอกว่าคุณกำลังลดความอ้วนผิดวิธี

ลดความอ้วนผิดวิธี

ถ้าใครมีกลิ่นเหมือนกับที่ผมไอ้อธิบายไปข้างบน แสดงว่าวิธีที่คุณเลือกลดน้ำหนักนั้นไม่ถูกต้องครับ เพราะถ้าทำอย่างถูกต้องจะไม่มีกลิ่นดังกล่าว ดังนั้นในระหว่างลดความอ้วนไปได้สักระยะ หากเกิดกลิ่นเหมือนที่ผมอธิบาย ก็เป็นสัญญาณบอกว่า “ระบบเผาผลาญของคุณไม่ทำงานนะ” หรือ “ลดความอ้วนผิดวิธีนะ” และจะอันตรายมากหากเราไม่รู้สึกตัว หรือไม่คิดว่ากลิ่นที่ออกมานี้เกิดจากการลดความอ้วนผิดวิธี เพราะถ้าเรายังปล่อยไปเรื่อยๆ จะทำให้ระบบประสาทส่วนกลางและฮอร์โมนแปรปรวน, รู้สึกอ่อนเพลีย, ประจำเดือนมาไม่ปกติ, เวียนหัว ชาตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย บางครั้งถึงแม้จะหยุดลดความอ้วนแล้วแต่ก็ยังมีกลิ่นหลงเหลืออยู่บ้าง ดังนั้นจะต้องระวังนะครับ

แก้ปัญหากลิ่นจากการลดความอ้วน

การออกกำลังกาย

การออกกำลังกายเพื่อช่วยเพิ่มการเผาผลาญหรือรักษาระดับการเผาผลาญของร่างกายไว้ ช่วยป้องกันกลิ่นที่เกิดจากการลดความอ้วนได้ครับ เราจึงต้องออกกำลังกายเป็นประจำ และเป็นการออกกำลังกายประเภทแอโรบิกครับ เช่น การเดิน, วิ่งเหยาะๆ หรือว่ายน้ำ หรือเพียงแค่ทำกิจกรรมให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวหรือออกแรงจนติดเป็นนิสัยเท่านี้ก็ช่วยได้แล้วครับ สิ่งสำคัญอีกอย่างคืออย่าให้มวลกล้ามเนื้อลดลง สารคีโทนบอดีส์ที่หลั่งออกมาจากตับ จะไม่สามารถเผาผลาญที่ตับได้สมบูรณ์ แต่ที่จะช่วยเผาผลาญให้หมดได้คือ สมองและกล้ามเนื้อครับ

ดังนั้นการจะกำจัดสารคีโทนบอดีส์ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของกลิ่นที่เกิดจากการลดความอ้วน จำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อช่วยครับ อาจจะเป็นการยืดกล้ามเนื้อ, weight training (แบบเบา), slowtraning ก็ได้ครับ

การกินอาหาร

ในหมู่นักวิชาการเองก็แนะนำอาหารที่สามารถช่วยลดกลิ่นจากการลดน้ำหนักได้ ไว้ทั้ง 2 ประเภท คืออาหารที่เป็นกรด และเป็นด่าง ต่างก็ให้เหตุผลที่ต่างกันออกไป ทั้งนี้ขอให้เพื่อนๆ เลือกกินให้สมดุลนะกันนะครับ อาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด ได้แก่อาหารที่มีส่วนผสมของ น้ำส้มสายชู, บ๊วยดอง หรือผลไม้ประเภทซิตรัส(citrus fruits) ที่มีกรดอินทรีย์มากๆ อย่างกรดซิตริก (citric acid) จะช่วยเผาผลาญไขมันให้สมบูรณ์ ป้องกันการเกิดกลิ่นได้ครับ ส่วนอาหารที่มีฤทธิ์เป็นด่าง ได้แก่ ผัก, สาหร่ายวากาเมะ, มันเทศ, เห็ด เป็นต้น นอกจากนี้ ขิงยังช่วยกระตุ้นต่อมเหงื่อ เพื่อให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้นได้ด้วยครับ

สรุปครับ

ไหนๆ จะลดความอ้วนให้มีหุ่นผอมสวยแล้ว ถ้ามีกลิ่นตัวก็คงจะไม่ดีแน่ๆ นะครับ การกินอาหารให้ถูกประเภท ในปริมาณที่เหมาะสมและการออกกำลังกายอย่างเพียงพอตามที่ผมได้แนะนำไปแล้ว จะช่วยให้คุณลดความอ้วนแบบมีสุขภาพดีและสวยสดใสได้แน่นอนครับ

Return Top