ประจำเดือน

โปรแกรมลดน้ำหนักในช่วงมีประจำเดือน

โปรแกรมลดน้ำหนักในช่วงมีประจำเดือน

ผู้หญิงที่มักลดความอ้วนไม่ค่อยได้ เหตุผลหนึ่งคือ “การมีประจำเดือน” แต่ถ้าเราทำความเข้าใจ และปรับวิธีการลดความอ้วนให้เข้ากับช่วงมีประจำเดือน แล้วไม่เครียด เราก็จะสามารถลดความอ้วนต่อไปได้ พร้อมแล้วมาดูโปรแกรมที่ผมจัดให้กันเลยครับ

ความสัมพันธ์ระหว่างช่วงมีประจำเดือนกับการลดความอ้วน

 

รอบเดือนของผู้หญิงในแต่ละครั้งมักจะห่างกันอยู่ที่ประมาณ 28 วัน และฮอร์โมนเพศหญิงทั้ง Estrogen และ Progesterone จะมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงในแต่ละรอบ

ในช่วงนี้ทั้งร่างกาย และจิตใจจะมีแปรปรวนไม่คงที่จนรู้สึกได้

ถ้าเราเข้าใจการเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงได้ และปรับการลดความอ้วนให้เหมาะสม เราก็จะสามารถลดความอ้วนได้ ผมจะแบ่งออกเป็น 4 ช่วงดังนี้ครับ

แบ่ง 1 เดือน เป็น 4 ช่วงเวลา (วงจรการเกิดประจำเดือน)

วงจรการเกิดประจำเดือน

ช่วงมีประจำเดือน (วันที่ 1-7)

ช่วง 7 วันที่มีประจำเดือนนี้เป็นช่วงผ่อนคลาย ระหว่างมีประจำเดือนน้ำหนักจะลดยาก

ดังนั้นออกกำลังกายอย่างหนักไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะถ้ายิ่งไปลดอาหาร ออกกำลังกายหนัก ร่างกายก็จะยิ่งเครียดให้ผลตรงข้ามครับ ดีที่สุดคือพยายามรักษาน้ำหนักให้คงทีครับ

เพิ่มอุณหภูมิร่างกายด้วยการดื่มเครื่องดื่มอุ่นๆ หรือซุปร้อนๆ

Ginger tea

ในช่วงมีประจำเดือน ร่างกายจะมีอุณหภูมิต่ำ ตัวจะเย็น ดังนั้นควรดื่มเครื่องดื่มอุ่นๆ ช่วยครับ ยิ่งถ้าเป็นเครื่องดื่มที่มี “ขิง” ผสมอยู่ด้วยจะยิ่งช่วยได้เยอะเลยครับ

เติมธาตุเหล็ก

สาหร่าย

การเสียเลือดในช่วงมีประจำเดือน ร่างกายจะเสียธาตุเหล็กไปด้วย ในช่วงนี้ควรกินผักใบเขียวเข้ม, ตับ, เนื้อวัว, ผักโฮเรนโซ, ลูกสน หรือสาหร่ายต่างๆ เลือกกิน 1 อย่างต่อวัน

และควรใช้กลิ่นหรือดนตรีช่วยกำจัดความเครียด แช่น้ำอุ่น ให้ทั้งร่างกายและจิตใจผ่อนคลายครับ

หลังมีประจำเดือน – ช่วงตกไข่ (วันที่ 8-14)

ตั้งแต่หลังมีประจำเดือน จนถึงช่วงตกไข่ ประมาณ 1 สัปดาห์ เป็นช่วงลดความอ้วนครับ ช่วงนี้การเผาผลาญของร่างกายจะทำงานได้ดีที่สุด และผอมได้ง่าย ดังนั้นถ้าใช้ช่วงนี้ลดความอ้วนก็จะได้ผลที่ดีครับ

กินอาหารเน้นอาหารญี่ปุ่น

อาหารญี่ปุ่น

อาหารญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์และเหมาะกับการลดความอ้วนครับ

เน้นกินข้าวมากกว่าขนมปัง กินผัก ปลาทะเลที่มีไขมันดี สาหร่ายที่มีทั้งวิตามินและเกลือแร่

ให้ความสำคัญกับการกินแบบ “เรียงลำดับ” ควมคุมระดับน้ำตาลในเลือด

สลัด

การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดจะช่วยลดการสะสมไขมันของร่างกาย วิธีคือกินแบบ “เรียงลำดับ”

นั่นคือในแต่ละมื้อให้กินอาหารประเภทผักที่มีเส้นใยอาหารสูง, เห็ด หรือสาหร่ายต่างๆ เป็นลำดับแรก จากนั้นตามด้วยอาหารจำพวกโปรตีน และปิดท้ายข้าว หรืออาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตครับ

หลังช่วงตกไข่ (วันที่ 15-21)

หลังช่วงตกไข่ประมาณ 1 สัปดาห์เป็นช่วงปรับสภาพครับ

ในช่วงนี้เราต้องรักษาสภาพร่างกายไม่ให้เกิดรีบาวด์ ต้องกินอาหารให้สมดุลเหมือนกับช่วงลดความอ้วน ออกกำลังกายเบาๆ ส่วนคนที่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย อาจให้บันไดแทนการขึ้นลิฟต์ก็ได้ครับ

พูดง่ายๆ คือถ้าไม่ออกกำลังกายจริงๆ จังๆ ก็พยายามให้ร่างกายได้ออกแรงเล็กๆ น้อยๆ บ้างครับ

กินอาหารเชื้อหมัก เตรียมกระเพาะอาหาร

โยเกิร์ต

ช่วงถัดไปจะเป็นช่วงก่อนมีประจำเดือนในรอบถัดไป ในช่วงนี้ร่างกายจะสะสมสิ่งตกค้างไว้ได้ง่าย เราจำเป็นต้องเตรียมกระเพาะอาหารไว้ให้สะอาดไว้สำหรับช่วงนี้ ควรกินอาหารที่มีเชื้อหมัก เช่น โยเกิร์ต, มิโซะ หรือกิมจิครับ

ช่วงก่อนมีประจำเดือน (วันที่ 22-28)

ระยะ 1 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือนในรอบถัดไป เรียกว่าเป็นช่วงดีท็อกส์

ในช่วงนี้ของเสีย และสิ่งตกค้างต่างๆ จะสะสมไว้ในร่างกายได้ง่าย ตั้งแต่ช่วงก่อนมีประจำเดือน จนถึงระหว่างมีประจำเดือน การที่น้ำหนักเพิ่มแม้จะพยายามลดความอ้วนนั้นเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าเพิ่มมาสัก 1 กิโลกรัม ก็ไ่ม่ต้องตกใจนะครับ

หลังจากหมดประจำเดือน การขับน้ำออกจากร่างกายจะเป็นปกติ และน้ำหนักก็จะกลับมาเหมือนเดิมครับ

ในช่วงนี้การลดความอ้วนจะทำได้ยาก อาหารหรือของกินที่ข่วยให้ร่างกายดีท็อกส์จะเป็นประโยชน์ที่สุด

นอกจากนี้ในช่วงนี้อารมณ์ยังแปรปรวนได้ง่าย ร่างกายยากกินของหวานอย่าง ชอคโกแล็ตหรือขนมเค้กเป็นช่วงที่น้ำหนักขึ้นได้ง่ายด้วยครับ

และการกินของหวานจะทำให้ในช่วงแรกระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และจากนั้นก็จะลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่ดีต่อการลดความอ้วนครับ

ดังนั้นวิธีคลายเครียดด้วยการกินอย่างบ้าคลั่งจึงไม่ใช่สิ่งที่ดี แต่ควรใช้ช่วง “ดีท็อกส์” ให้เป็นประโยชน์ พยายามใช้อาหารช่วยกำจัดของเสียในร่างกายจะดีที่สุดครับ

กินเห็ด และผักเยอะๆ

เห็ด

พอรู้สึกหิว หรืออยากกินมากๆ ผมแนะนำให้ทำซุปแล้วหั่นผักหรือเห็ดชิ้นใหญ่ๆ ลงไปเพิ่ม จะทำให้เราเคี้ยวมาก อิ่มเร็ว และเส้นใยอาหารช่วยป้องกันอาการท้องผูก และเกลือแร่ลดอาการหงุดหงิดได้ด้วยครับ

เติมโพแทสเซียมด้วยผลไม้

ผลไ้ม้

ทันทีที่รู้ตัวว่ามีอาการบวมน้ำ ให้เลี่ยงอาหารรสจัดโดยเฉพาะรสเค็ม และกินผลไ้ม้เพื่อเพิ่มโพแทสเซียมโพแทสเซียมจะช่วยกำจัดน้ำส่วนเกินที่อยู่ในร่างกาย

หรือตอนที่อยากกินของหวานก็ใ้ห้กินผลไ้ม้แทน เพราะนอกจากความหวานที่พอทดแทนกันได้แล้ว ร่างกายก็ยังได้วิตามิน และสารอาหารอื่นๆ ด้วย ช่วยลดความเครียดและบำรุงผิวได้ด้วยครับ

ลดความอ้วน 1 เดือนด้วยการบันทึกน้ำหนักตัว และวันที่มีประจำเดือน

จดบันทึกการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก

การลดความอ้วนในช่วงมีประจำเดือนนั้นทำได้ยาก แต่ถ้าเราเข้าใจ และปรับวิธีการลดความอ้วนให้เข้ากับสภาพร่างกายช่วงมีประจำเดือน ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป

สิ่งสำคัญคือเราไม่ควรเข้มงวดจนเกินไป ถ้าเราทำไปอย่างผ่อนคลาย เราก็จะสามารถควบคุมน้ำหนักได้อย่างต่อเนื่อง และไม่เครียดครับ

สิ่งที่ควรทำอีกอย่างในระหว่างเข้าโปรแกรมลดความอ้วน คือการสังเกตการเปลี่ยนแปลง ใน 1 เดือนรวมทั้งช่วงที่มีประจำเดือน

ควรจดบันทึกการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก และวันที่ประจำเดือนมา เพื่อนำมาปรับกับแผนการลดน้ำหนักให้สอดคล้องกันครับ

ถ้าเราทำได้อย่างนี้ทุกเดือน เราก็จะรู้ว่าช่วงไหน เราจะเกิดอะไรขึ้นกับเรา อารมณ์จะเปลี่ยนไปอย่างไร เราก็จะสามารถตั้งรับกับมันได้อย่างดี หุ่นสวยอย่างมีสุขภาพดีก็ใกล้แค่เอื้อมครับ

นอกจากบทความนี้แล้วยังมีบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Return Top