ดีท็อกซ์ลำไส้

ดีท็อกซ์ลำไส้อย่างมีประสิทธิภาพเขื้อโรค

ดีท็อกซ์ลำไส้อย่างมีประสิทธิภาพเขื้อโรค

เชื้อ bifidobacterium กับ เชื้อ lactic acid bacterium ต่างกันอย่างไร ?

จากผลงานวิจัย และบทความตามสื่อต่างๆ ทำให้รู้ว่าสภาพลำไส้ที่ดีนั้น ส่งผลต่อสุขภาพ และยังรู้เชื้อ bifidobacterium กับ เชื้อ lactic acid bacterim นั้นสามารถช่วยปรับสภาพลำไส้ได้ แต่เนื่องจากยังไม่หลายคนที่ยังไม่เข้าใจ และเข้าใจว่าเชื้อสองตัวนี้คือเชื้อเดียวกัน บทความนี้ผมจะมาอธิบายความแตกต่างระหว่างสองเชื้อนี้ครับ

เขื้อโรคที่อาศัยอยู่ในทางเดินอาหารของเรา

เชื้อ bifidobacterium

อาหารที่มีเชื้อ lactic acid bacterium จะช่วยปรับสภาพลำไส้ให้ดีขึ้น และยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย
ในลำไส้ของคนมีเชื้อโรคอาศัยอยู่หลายประเภท และมีจำนวนหลายล้านตัว แต่ละตัวก็มีรูปร่างที่แตกต่างกัน ทั้งแบบแท่ง, ทรงกลม หรือแบบกิ่งก้านสาขา ระหว่างเชื้อโรคด้วยกันเองก็มีทั้งแบบจับตัวกัน, ไม่จับตัวกัน หรือเป็นแบบอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ทั้งหมดนี้อาศัยอยู่ในลำไส้อย่างเป็นปกติ

แต่ละประเภทก็มีจำนวนไม่เท่ากัน และมีคุณสมบัติทนต่อกรดและออกซิเจนต่างกันด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของอวัยวะที่เชื้อโรคนั้นๆ เป็นอาศัยอยู่ เช่น บริเวณลำไส้เล็กส่วนต้น, ลำไส้เล็ก, ลำไส้ใหญ่ เป็นต้น

เชื้อแบคทีเรียที่อยู่ลำไส้ของคน สามารถแบ่งชนิดได้ดังนี้

  1. แบคทีเรียที่ดี แบคทีเรียที่ทำหน้าที่แล้วส่งผลดีต่อร่างกายคน เช่น bifidobacterium, lactic acid bacterium
  2. แบคทีเรียที่ไม่ดี แบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อร่างกายคน อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็ง หรือเป็นพิษได้ เช่น Escherichia coli ที่ทำให้เกิดอาท้องเสีย , staphylococcus ที่ทำให้เกิดลำไส้อักเสบ
  3. แบคทีเรียฉวยโอกาส เป็นแบคทีเรียที่ถ้าร่างกายอ่อนแอ จะทำงานได้ดี และจะยิ่งส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอ เช่น Escherichia coli, streptococcus เป็นต้น

แบคทีเรียทั้งสามชนิดนี้อยู่ในร่างกายของคนทุกคนอย่างจำนวนที่สมดุล และเราเรียกแบคทีเรียเหล่านี้ว่า “แบคทีเรีย” ประจำถิ่น”

เชื้อ bifidobacterium ก็คือ lactic acid bacterium

เดิมที ในด้านชีวะวิทยา คำว่า lactic acid bacterium นั้น ไม่ได้หมายถึงเชื้อแบคทีเรียชนิดใด ชนิดหนึ่ง แต่เป็นคำที่เรียกเชื้อแบคทีเรียโดยรวมที่สร้าง lactic acid จาก glucose และ lactose ส่วนเชื้อ bifidobacterium ที่ผมกำลังอธิบายนี้ จัดเป็น lactic acid bacterium ชนิดหนึ่งครับ

เชื้อ lactic acid bacterium นั้นมีรูปร่างหลายแบบ และแต่ละแบบก็มีหลายชนิด เช่น รูปร่างกลม (coccus) ได้แก่ streptococcus, lactococcus รูปร่างแบบแท่ง (bacillus) ได้แก่ lactobacillus, camabacterium ส่วนเชื้อ bifidobacterium นั้นมีมากกว่า 40 ชนิด

เชื้อ bifidobacterium ที่อยู่ในลำไส้ของคน จะเป็นเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในตระกูล bifidobacterium ประมาณ 7-8 ชนิด เช่น bifidum, longum, breve ในขณะที่บริเวณทางเดินอาหารจะมีเชื้อ bifidobacterium มากกว่าเชื้อ lactic acid bacterium 100-10000 เท่า นอกจากนี้ชนิดของเชื้อแบคทีเรียก็ยังต่างกันไปตามช่วงอายุด้วยครับ ถ้าเป็นเด็ก ส่วนใหญ่ในลำไส้จะมีเชื้อ bifidobacterium

เชื้อ bifidobacterium มีประโยชน์อย่างไรบ้าง ?

เชื้อ bifidobacterium มีคุณสมบัติคล้ายกับเชื้อ lactic acid bacterium นั่นคือนอกจากจะสร้าง lactic acid แล้ว ยังสร้าง acetic acid ด้วย และสารทั้งสองชนิดนี้สามารถควบคุมการเพิ่มจำนวนของเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ดีได้ด้วยครับ ถ้าในลำไส้มีเชื้อแบคทีเรียไม่ดีมาก แอมโมเนีย, อินโดล ก็จะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสารเหล่านี้เป็นสารมีพิษต่อร่างกาย

ในปัจจุบันพบว่า มีอาหารเสริมที่ได้รับการรับรองจากองค์เกี่ยวกับอาหารที่ญี่ปุ่นให้เป็น “อาหารสำหรับสุขภาพโดยเฉพาะ” โดยมีคุณสมบัติช่วยลดเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ดีในร่างกาย และช่วยป้องกันท้องผูก หรือท้องเสียได้หลังจากที่มีร่างปรับสภาพลำไส้

เชื้อ bifidobacterium ยังมีประโยชน์ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน กระตุ้นทางเดินอาหาร และป้องกันการติดเชื้อจากเชื้อไวรัส จากรายงานของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์เอกชน ประเทศญี่ปุ่นระบุว่า acetic acid ที่ bifidobacterium สร้างออกมานั้น จะส่งผลต่อ เยื้อหุ้มทางเดินอาหาร มีประโยชน์ช่วยป้องกันการติดเชื้อ enter hemorrhagic 0-157 (เชื้อแบคทีเรียที่ทำให้ท้องเสีย) นอกจากนี้ในรายงานยังระบุว่าสามารถช่วยทำให้อาการแพ้ต่างๆ ดีขึ้น ลดการเกิดมะเร็ง ส่งผลดีต่อโรคที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันต่างๆ อีกด้วยครับ

ยังไม่หมดแค่นี้ครับ เชื้อ bifidobacterium ยังช่วยควบคุมการดูดซึมคอเรสเตอรอล ลดการอาการต่างๆ ในโรคที่เกี่ยวกับเส้นเลือดตีบ ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญไขมัน และช่วยกระตุ้นการสร้าง folic acid ได้ด้วยครับ

เชื้อ bifidobacterium แปรรูปเป็นอาหารได้ยาก

โยเกิร์ต

ถ้าจะพูดถึงเชื้อ lactic acid bacterium หลายคนคงนึกถึงโยเกิร์ต หรืออาหารที่มีเชื้อหมักเป็นอย่างแรก แต่ถ้าเป็นเชื้อ bifidobacterium แล้ว การแปรรูปถือว่ายากกว่ามากครับ

นั้นก็เป็นเพราะเชื้อ bifidobacterium ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาวะที่มีออกซิเจน บริษัทที่ต้องการผลิตอาหารที่ใส่เชื้อ bifidobacterium เข้าไปจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมากมาย เช่น วิธีการผลิตที่ลดผลกระทบจากจากออกซิเจน, พัฒนาเชื้อ bifidobacterium ให้แข็งแรงทนทานต่อออกซิเจนสามารถมีชีวิตไปจนกว่าจะไปถึงลำไส้ได้, เทคโนโลยีหมักร่วมกับเชื้อ lactic acid bacterium รวมถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์

และเป็นเพราะหลายคนเข้าใจว่า เชื้อ bifidobacterium กับ lactic acid bacterium นั้นมีลักษณะคล้ายกัน จึงคิดไปว่าสามารถนำไปแปรรูป ใส่ลงในอาหารได้ง่ายเหมือนๆ กัน จึงไม่ค่อยมีใครสนใจเรื่องนี้ ซึ่งความจริงแล้ว กรรมวิธีในการแปรรูป เชื้อ bifidobacterium นั้นยากตามที่ผมได้อธิบายไปแล้วข้างต้นครับ

กินอาหารที่มีเชื้อ bifidobacterium อย่างเหมาะสม

เชื้อ bifidobacterium และเชื้อ lactic acid bacterium ไม่ค่อยทนความร้อน ดังนั้นถ้านำไปอุ่น หรือปรุงร้อนอาจทำให้เชื้อเหล่านี้ตายได้ จากเว็บไซต์สถาบันวิจัยเชื้อ bifidobacterium ประเทศญี่ปุ่น พบข้อมูลว่า ภาชนะที่บรรจุโยเกิร์ตที่ใส่เชื้อ bifidobacterium นั้นมักมีคุณสมบัติไม่ให้ออกซิเจนไหลผ่านเข้าไปได้ เพื่อรักษาคุณภาพของเชื้อ bifidobacterium หากเป็นจำพวกน้ำเปรี้ยวถ้ามีอุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส เชื้อ bifidobacterium จะค่อยๆ ตาย แต่ถ้าอุณหภูมิสูงถึง 70 องศาเซลเซียสจะทำให้เชื้อ bifidobacterium ตายทั้งหมด

การคนหรือตีให้เข้ากันนั้นก็มีผล ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ทำให้เชื้อแบคทีเรียตายในทันที หรือโยเกิร์ตชีส (Strained yoghurt) ที่กำลังนิยมอยู่ตอนนี้ก็มักจะผสม lactic acid bacterium มากกว่าเชื้อ bifidobacterium ครับ ดังนั้นถ้าเป็นโยเกิร์ตที่ผสมเชื้อ bifidobacterium ควรกินแบบธรรมดา ไม่ต้องนำไปแปรรูปจะได้ประโยชน์มากกว่าครับ

เพิ่มเชื้อ bifidobacterium ในท้องได้อย่างไร ?

ท้อง

การเพิ่มเชื้อ bifidobacterium นอกจากการกินอาหารที่เชื้อ bifidobacterium แล้ว ยังมีอีกหนึ่งวิธีนั่นคือ การกินอาหารที่มีอาหารสำหรับเชื้อ bifidobacterium

อาหารของเชื้อ bifidobacterium ได้แก่ oligosaccharide ในลำไส้ของเด็กจะมีเชื้อ bifidobacterium อยู่มากนั่นก็เป็นเพราะน้ำนมแม่มี oligosaccharide อยู่มากครับ

เส้นใยอาหารทั้งแบบละลายน้ำ และไม่ละลายน้ำ จะแตกตัวในลำไส้ใหญ่ เป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มเชื้อ bifidobacterium และเชื้อ lactic acid bacterium นอกจากน้ำนมแม่แล้วยังมีของกินอื่นๆ ที่มี oligosaccharide สูง เช่น ถั่วเหลือง, รากโกโบ, ต้นหอม และผักประเภทหัว และผลไม้ เช่น กล้วย

เชื้อ lactic acid bacterium จะไม่ทนต่อความร้อนและกรดในกระเพาะ มีคุณสมบัติและให้ประโยชน์คล้ายเส้นใยอาหาร คือช่วยกระตุ้นการทำงานของเชื้อแบคทีเรียที่ดี จากผลวิจัยปัจจุบัน นักวิจัยเชื่อว่า ร่างกายไม่ได้ใช้เชื้อ bifidobacterium เป็นอาหารของเชื้อแบคทีเรียโดยตรง ทำให้ตอนนี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับเชื้อดังกล่าว การวิจัยจึงจำเป็นต้องดำเนินต่อไป

สาเหตุที่ทำให้เชื้อแบคทีเรียดีลดลงนั้น มีหลายสาเหตุ เช่น การกินอาหารที่ไม่หลากหลาย, ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, เครียด, กินยาปฏิชีวนะ และอายุที่เพิ่มขึ้น วิธีชะลอการลดลงของแบคทีเรียคือ ต้องปรับปรุงพฤติกรรมการกิน และการใช้ชีวิต

อาหารเสริม หรืออาหารเพื่อสุขภาพ ถึงแม้จะมีสารอาหารที่มีประโยชน์ แต่นั่นก็ไม่ใช่ยารักษา ดังนั้นจึงไม่ควรกินเพื่อรักษาโรค ถึงจะกินแต่ถ้ายังมีพฤติกรรมการกินแบบเดิม กินไม่หลายหลาย สารอาหารไม่ครบ อาหารเสริมหรืออาหารเพื่อสุขภาพก็ไม่ได้ช่วยอะไร ดังนั้นต้องพยายามกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพิ่มเชื้อแบคทีเรียที่ดีให้ร่างกา ด้วยการกินอาหารที่มีเชื้อหมัก หรือเชื้อ lactic acid bacterium ด้วยนะครับ

นอกจากบทความนี้แล้วยังมีบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Return Top