เคล็ดลับ กินยังไง ก่อนนอนหลับ

กุญแจของความสำเร็จในการลดความอ้วนอยู่ที่ “อาหารเย็น”

กุญแจของความสำเร็จในการลดความอ้วนอยู่ที่ “อาหารเย็น”

คำกล่าวที่ว่าน้ำหนักจะลดลงอย่างรวดเร็วได้ ด้วยการควบคุมอาหารเย็นนั้น คิดว่าใครๆ ก็คงจะเคยได้ยิน แต่ตอนเย็น เป็นช่วงที่หิวมากที่สุด ความอยากดื่มแอลกอฮอล์ก็มีมาก แค่เดินออกไปหน้าปากซอย ก็มีอาหารน่ากิน ส่งกลิ่นยั่วยวนมากมาย แล้วอย่างนี้จะทำอย่างไรดีล่ะ มีคนจำนวนมากที่ควบคุมการกินอาหารมื้อเย็นไม่ค่อยสำเร็จ รู้สึกว่ายาก แล้วยอมแพ้ในการลดน้ำหนักไปเสียก่อน

สำหรับบทความนี้ผมจะขอแนะนำวิธี 6 ข้อในการกินอาหารมื้อเย็นอย่างถูกวิธี แล้วทำให้คุณสามารถลดความอ้วนได้อย่างราบรื่น 6 วิธีต่อจากนี้ผมจะเรียงลำดับจากระดับง่ายที่สุด ไปจนถึงยากที่สุดนะครับ

สาเหตุที่กินอาหารเย็นมากเกินไป แล้วจะทำให้อ้วน

สาเหตุที่กินอาหารเย็นมากเกินไป แล้วจะทำให้อ้วน

ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เราอ้วนขึ้น เมื่อเรากินข้าวเย็นเยอะ เรามาทำความเข้าใจกับสาเหตุนั้น แล้วมาเปลี่ยนวิธีการกินมื้อเย็นกันดีกว่า !

ในร่างกายของมนุษย์จะมี “นาฬิกาชีวิต” ว่ากันว่าร่างกายของเราจะมีช่วงเวลาที่ดูดซึมสารอาหารแต่ละชนิดได้มากไม่เท่ากัน ซึ่งเวลาที่ร่างกายจะดูดซึมไขมันมากที่สุด คือช่วงเวลาที่ร่างกายหลั่ง โกรทฮอร์โมนออกมา นั่นก็คือช่วงเวลาประมาณ 4 ทุ่ม – ตี 2

โกรทฮอร์โมน เป็นฮอร์โมนที่มีหน้าที่ช่วยในการเจริญเติบโตไม่เพียงแต่ในเด็ก แต่ยังมีหน้าที่ควบคุมระบบการเผาผลาญและการเจริญเติบโตของโครงสร้าง(เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ) ภายในร่างกายของผู้ใหญ่อีกด้วย โกรทฮอร์โมน ยังมีชื่อเรียกสุดเก๋อีกว่า “ฮอร์โมนคืนความหนุ่มสาว” ด้วย

ดังนั้น ช่วงเวลา 4 ทุ่ม – ตี 2 เราก็พอจะเข้าใจแล้วว่าเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายจะใช้เวลาในการเผาผลาญมากขึ้น ร่างกายจะพักมากขึ้น หลั่งโกรทฮอร์โมนออกมามาก เป็นช่วงเวลาที่สำคัญในการซ่อมแซมโครงสร้างในร่างกาย เพิ่มภูมิคุ้มกัน และผ่อนคลายความเหนื่อยล้า

ในช่วงเวลานี้ หากคาร์โบไฮเดรตที่ได้จากการกินมื้อเย็นเข้าไป ยังหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือด จะทำให้ลำไส้จะคงทำงานเพื่อที่จะเผาผลาญและดูดซึม และทำให้ร่างกายกระตุ้นการหลั่งโกรทฮอร์โมนออกมาได้ยากมากขึ้น

ในช่วง 4 ทุ่ม – ตี 2 เราควรให้โกรทฮอร์โมนได้ทำงาน ควบคุมการดูดซึมและการเผาผลาญไขมันในร่างกาย (รวมถึงการคืนความหนุ่มสาวให้กับเราด้วย) อย่างเต็มที่ ดังนั้นการจะให้โกรทฮอร์โมนได้ทำงานอย่างเต็มที่ กุญแจสำคัญก็คือ การควบคุมอาหารเย็นนั้นเอง

6 วิธีในการลดความอ้วนให้ได้ผลเร็วด้วยการควบคุมอาหารเย็น

1. กินมื้อเย็นในเสร็จภายใน 6 โมงเย็น

กินมื้อเย็นในเสร็จภายใน 6 โมงเย็น

วิธีการลดความอ้วนวิธีนี้ ก็คือการไม่กินอะไรเลยหลังจากเวลา 6 โมงเย็น ในหนึ่งวันกินอาหารได้ 3 มื้อ แต่ไม่จำกัดปริมาณแคลอรี

หลักการแสนง่ายของวิธีนี้ก็คือ ในเมื่อร่างกายของคนเราจะสะสมไขมันเอาไว้ในช่วงที่เราหลับตอนกลางคืน ดังนั้นการรีบกินอาหารเย็นในเสร็จแต่หัวค่ำ จึงเป็นการกำจัดขั้นตอนการสะสมไขมันของร่างกายนั่นเอง

สิ่งสำคัญที่ร่างกายจะเปลี่ยนให้เป็นไขมันก็คือ โปรตีน BMAL1

โปรตีน BMAL1 นี้ ตั้งแต่เวลา 6 โมงเย็นเป็นต้นไป ยิ่งดึก ก็จะยิ่งมีปริมาณที่สูงขึ้นเรื่อยๆ พูดอีกอย่างก็คือ สิ่งที่กินเข้าไปในตอนกลางคืน จะเปลี่ยนกลายเป็นไขมันได้ง่ายกว่า ก็จะมีแนวโน้มทำให้อ้วนง่ายกว่านั่นเอง

ดังนั้นการกินอาหารเย็นแต่หัวค่ำ ก็จะช่วยลดแนวโน้มดังกล่าวได้

สำหรับท่านที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการลดความอ้วนให้ดียิ่งขึ้น หากเพิ่มการออกกำลังกายหลังจากกินมื้อเย็นแล้ว ก็จะทำให้ร่างกายนำน้ำตาลในกระแสเลือดมาใช้เป็นพลังงาน จากนั้นร่างกายก็จะแตกตัวไขมันที่สะสมในร่างกายออกมาเติมน้ำตาลที่ถูกเผาผลาญไป ทำให้ลดความอ้วนได้ดียิ่งขึ้น

ใครที่อยากเพิ่มประสิทธิการลดความอ้วน ก็ลองนำวิธีออกกำลังกายหลังกินอาหารเย็นไปใช้กันได้นะครับ

2. เปลี่ยนลำดับการกินมื้อเย็น

เปลี่ยนลำดับการกินมื้อเย็น

อย่างแรกให้กินอาหารจำพวกซุปก่อน เพราะน้ำจะสะสมอยู่ในท้องได้ง่าย

จากนั้นกินสลัด การกินสลัดซึ่งเป็นอาหารที่ต้องเคี้ยวให้ดีๆ ก่อนกลืนนั้น จะทำให้อยู่ท้อง และกากใยในผักจะช่วยควบคุมการเพิ่มของระดับน้ำตาลในเลือดและการดูดซึมไขมัน ยิ่งไปกว่านั้น ในผักยังอุดมไปด้วยวิตามินมากมาย ช่วยบำรุงผิวพรรณได้อีกด้วย

จากนั้นจึงค่อยกินอาหารที่มีโปรตีนเป็นหลัก เช่น เนื้อ ปลา เป็นต้น

สุดท้ายค่อยกินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก เช่น ข้าว เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น

เคล็ดลับของวิธีนี้คือ ไม่ใช่การกินแบบสลับไปมา แต่ต้องกินอาหารแต่ละชนิดให้หมดทีละชนิดก่อนตามลำดับ

หากเรากินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงในขณะที่ท้องว่าง จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

จากนั้นจะทำให้ฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ควบคุมน้ำตาลที่ชื่อ “อินซูลิน” ถูกผลิตออกมามาก อินซูลินจะส่งน้ำตาลไปให้ร่างกายนำไปใช้เป็นพลังงาน แต่หลังจากนั้นจะเก็บสะสมน้ำตาลที่เหลือในรูปของไขมัน จึงเป็นสาเหตุทำให้อ้วนง่าย

วิธีนี้จะช่วยทำให้เรากินอาหารให้ครบ 5 หมู่ได้อีกด้วย นอกจากนี้เวลาที่กินอาหารชนิดสุดท้ายซึ่งเป็นอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก ก็ควรพยายามทำให้อิ่มท้องมากที่สุด ลดปริมาณการกินข้าวให้น้อยลง ด้วยการเคี้ยวข้าวให้ละเอียดก่อนกลืนทุกครั้ง

บทความที่เกี่ยวของ

3. แค่มื้อเย็นก็สามารถควบคาร์โบไฮเดรตได้

แค่มื้อเย็นก็สามารถควบคุมน้ำตาลได้

นอกจากการเปลี่ยนลำดับในการกินแล้ว ยังมีวิธีที่สามารถทำได้ดีกว่านี้อีก นั่นคือวิธีลดความอ้วนแบบควบคุมคาร์โบไฮเดรต

การควบคุมคาร์โบไฮเดรตในแต่ละมื้อนั้น อาจจะยากสักหน่อยสำหรับคนที่กินข้าวเป็นอาหารหลัก (คาร์โบไฮเดรตในที่นี้ รวมไปถึง ข้าว, ขนมปัง, โซบะ, อุด้ง และจำพวกมันด้วย)

ก่อนอื่นมาดูวิธีการควบคุมคาร์โบไฮเดรตด้วยอาหารมื้อเย็นกันก่อน

หลังจากอาหารมื้อเย็น ร่างกายจะไม่ค่อยได้ออกแรง หรือสมองอาจจะไม่ค่อยทำงาน ทำให้ความกังวลเรื่องระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลดลงไปด้วย ในระหว่างวัน หากงดอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต สมองก็จะทำงานไม่ได้อย่างที่คิด ไม่ค่อยมีสมาธิ ส่งผลกระทบต่อการทำงาน แต่ถ้าเป็นช่วงกลางคืนก็ไม่ค่อยมีผลสักเท่าไร

ทั้งนี้หากร่างกายไม่ได้รับคาร์โบไฮเดรต สมองจะไม่ทำงาน แต่ถ้าเป็นช่วงเวลากลางคืนก็ไม่ค่อยใช้สมองในการคิดอยู่แล้ว

ดังนั้นสำหรับคนที่คนไม่ค่อยหลับเพราะมีเรื่องให้คิดมาก การควบคุมปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายจะได้รับอาจช่วยทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น นั่นเป็นเพราะเมื่อสมองได้รับคาร์โบไฮเดรตไม่เพียงพอ สมองก็จะไม่คิดถึงสิ่งต่างๆ

โดยปกติแล้วในตอนกลางคืนหากมีเรื่องให้กังวลหรือต้องคิดมาก เมื่อตื่นเช้ามาความกังวลเหล่านั้นมักหายไป สำหรับผมแล้วคิดว่าการลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายจะได้รับลง เหมาะกับผมครับ

กลับเข้ามาสู่เรื่องเดิมกันดีนะครับ หากเราพยายามไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นในช่วงเวลา 4 ทุ่ม – ตี 2 ด้วยการไม่กินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตในมื้อเย็น ก็จะทำให้ไม่มีสารอาหารที่จะนำไปเปลี่ยนเป็นไขมันได้ โกรทฮอร์โมนก็จะไม่ดูดซึมไขมัน แต่จะกลายเป็นการเพิ่มการเผาผลาญ

งดอาหารจำพวกหัวมัน, ผลไม้ที่มีน้ำตาลฟรุกโตส, ขนม. น้ำผลไม้ รวมไปถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีน้ำตาลสูง (เบียร, เหล้า, เหล้าบ๊วย, ค็อกเทลหวาน) ในช่วงควบคุมน้ำตาล สามารถดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ไม่มีน้ำตาลได้ เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกลุ่ม Spirits, เบียร์ที่มีน้ำตาล 0%

คนที่สามารถทำตามวิธีนี้ได้อย่างต่อเนื่อง แล้วเห็นผล เช่น สุขภาพดีขึ้น ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลง ก็มีเหมือนกัน น้ำหนักก็จะค่อยๆ ลดลงอย่างไม่ต้องฝืนอีกด้วย

4. เปลี่ยนจากอาหารที่คาร์โบไฮเดรต มีกินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำกันเถอะ

หากไม่สามารถเปลี่ยนอาหารหลักจากข้าวเป็นอย่างอื่นได้ ก็ควรกินพร้อมกับกับข้าวอย่างอื่นเพื่อให้อยู่ท้อง และเปลี่ยนไปกินอาหารจานหลักที่มีคาร์โบไฮเดรตน้อยกว่า

เสียเงินนิดหน่อย

เวลาที่จะหุงข้าว ให้ใส่บุกเข้าไปผสมกับข้าวสารที่จะหุงด้วย

เวลาที่อยากกินขนมปัง ให้เลือกขนมปังยี่ห้อที่มีคาร์โบไฮเดรตน้อย หรือใครอยากจะลองสั่งราเมงเส้นบุก ยากิโซบะเส้นบุก สปาเก็ตตี้เส้นบุกที่มีขายตามอินเตอร์เน็ต ก็เป็นวิธีที่น่าสนใจนะครับ

อีกวิธีที่ผมอยากจะแนะนำก็คือการกินเต้าหู้นึ่ง หรือกะหล่ำปลีหั่นฝอยแทนข้าวเปล่า ทั้งสองอย่างนี้ให้แคลอรีต่ำ แต่กินแล้วอยู่ท้อง ดังนั้นกินแค่นิดเดียวก็อิ่มได้แล้ว

5. กินอย่างอื่นแทนอาหารมื้อเย็น

ในหัวข้อที่แล้วผมได้เสนออาหารอย่างอื่นที่กินแทนข้าวเปล่าไปแล้ว แต่ต่อไปนี้เป็นวิธีที่จะยิ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักให้ดียิ่งขึ้น นั่นคือการเปลี่ยนไปกินอย่างอื่นแทนอาหารมื้อเย็น

ถ้าจะพูดถึงเมนูที่กินแทนอาหารมื้อเย็น ก็คงหนีไม่พ้น diet shake

แค่เปลี่ยนจากอาหารมื้อเย็นปกติไปดื่ม diet shake ก็จะทำให้แคลอรีลดลง แต่วิธีนี้อาจจะติดปัญหาเรื่องรสชาติ ทำให้อาจไม่สามารถดื่มติดต่อกันหลายวันได้

ต่อไปนี้ผมจะแนะนำวัตุดิบในอาหารที่นอกจากจะช่วยให้อยู่ท้องแล้ว ยังมีแคลอรีต่ำ และควบคุมปริมาณคาร์โบไฮเดรตได้ ช่วยบำรุงผิวพรรณได้อีกด้วย

สิ่งที่ผมจะแนะนำต่อไปนี้เมื่อกินพร้อมกับดื่มน้ำไปด้วย จะยิ่งทำให้อยู่ท้องได้นานขึ้น คุณสามารถหาสูตรอาหารแล้วนำมาประยุกต์โดยใส่วัตถุดิบต่อไปนี้ก็ได้ สิ่งสำคัญคือ ต้องเลือกใช้วัตถุดิบที่คุณอยากกินจริงๆ นำไปปรุงเป็นอาหารที่ไม่ใช้น้ำตาลมาก และมีแคลอรีประมาณ 300 kcal ต่อมื้อ

  • เต้าหู้:เส้นใยที่อยู่ในเต้าหู้จะช่วยให้อยู่ทิ้ง
  • Okara (กากเต้าหู้):พยายามปรุงอาหารโดยไม่ใช้น้ำตาล
  • สันในไก่:โปรตีนสูงแต่แคลอรีต่ำ
  • ไข่ต้ม:คาร์โบไฮเดรตน้อย ว่ากันว่าการเผาผลาญไข่ต้มสุก 1 ฟอง ร่างกายต้องเผาผลาญแคลอรีให้เท่ากับไข่ต้ม 1 ฟอง
  • ใช้บุกแทนก็ได้

ไม่ควรกินแบบเดิมๆ ซ้ำๆ กันทุกวัน ควรสลับเปลี่ยนกันไปบ้าง เคล็ดลับคือควรกินอะไรก็ได้ที่แคลอรีต่ำแต่ยังให้ความรู้สึก “อิ่ม” ในมื้อเย็น

6. งดมื้อเย็น

งดมื้อเย็น

ความโหดในการลดน้ำหนักค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะครับ การงดมื้อเย็น ฟังดูแล้วทรมาน และมีคนที่ทำได้ไม่ตลอดก็เยอะเช่นกันครับ

เพื่อให้สามารถทำต่อไปได้นานๆ ในตอนเริ่มต้น ไม่ควรงดมื้อเย็นไปเลยทั้งหมด แต่ยังคงกินอาหารเบาๆ เช่น ซุป หรือเครื่องดื่มต่างๆ

บางคนก็อาจจะคิดว่าไม่ดีต่อสุขภาพ แล้วก็ไม่สามารถทำต่อเนื่องได้ ขอให้คิดเสียการงดมื้อเย็นนี้ เป็นการทำความสะอาดร่างกาย กำจัดสารพิษที่อยู่ในร่างกายของเรา

มาดูข้อสำคัญในการลดความอ้วนด้วยการงดมื้อเย็นกันดีกว่า

กินปกติในมื้อเช้าและกลางวัน แต่ไม่กินมื้อเย็น แต่ให้ดื่มน้ำอุ่นหรือชาร้อนแทน ถือว่าเป็นการกำจัดสารพิษในร่างกายไปในตัว

ก่อนนอนก็แปรงฟันเบาๆ แล้วเข้านอน หลังจากแปรงฟันแล้ว เราจะไม่รู้สึกอยากกินอะไรอีก จะลืมเรื่องกินไป แล้วก็เข้านอน

แต่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะวิธีนี้หากทำผิดเพียงเล็กน้อย แต่โอกาสที่จะเกิดโยโยเอ็ฟเฟ็กต์นั้นมีสูง การงดมื้อเย็นถือว่าเป็นวิธีที่ได้ผลค่อนข้างดี และเห็นผลเร็ว ดังนั้นควรทำอย่างต่อเนื่องไปตลอด

แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้ระบบภายในร่างกายเสียหายได้ง่าย

ร่างกายจะพยายามรักษาให้ระบบการทำงานกลับมาเป็นปกติ ด้วยการสั่งให้ร่างกายรับสารอาหารมากเกินความจำเป็น ทำให้เราต้องกินมากกว่าปกติ สุดท้ายน้ำหนักก็จะกลับมาเท่าเดิม หรือในบางคนก็อ้วนกว่าเดิมด้วยซ้ำ

นอกจากนี้การลดความอ้วนด้วยวิธีนี้ยังต้องเจอกับ “ช่วงหยุดชะงัก” บ่อยกว่าวิธีอื่น สังเกตได้จากเมื่อร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของร่างกายก็จะเริ่มทำงาน

เมื่อร่างกายรับรู้สภาวะเช่นนี้แล้ว ต่อให้เราไม่ได้กินอะไรเข้าไป ร่างกายก็ไม่ผอมลงสักที ยิ่งไปกว่านั้นแม้จะกินแค่นิดเดียวแต่ร่างกายก็จะเก็บสารอาหารเพียงน้อยนิดนั้นเอาไว้อย่างแน่นอน

แม้เราจะไม่กินอะไร แต่ร่างกายก็จะเคยชินกับสภาพนั้นไปแล้ว เมื่อผ่านไป 1 เดือน น้ำหนักจะกลับมาลดได้อีกครั้ง แต่สำหรับคนที่กลับไปกินมื้อเย็นแบบปกติ ส่วนใหญ่แล้วมักกลับมาอ้วนเหมือนเดิม นั่นเป็นเพราะว่าร่างกายที่ไม่ได้รับสารอาหารในตอนเย็น เมื่อกลับมากินตามปกติ ร่างกายก็จะเก็บสารอาหารไว้มากกว่าปกตินั่นเอง

คุณสามารถอยู่ได้โดยไม่กินมื้อเย็นได้ไหม ?

เริ่มแรกให้ลองทำ 1 วันก่อน แล้วลองสังเกตร่างกายตัวเองว่าไหวหรือเปล่า เหนื่อยไปไหม หนักเกินไปหรือเปล่า ถ้าลองดูแล้วไม่ไหวจริงๆ จากการงดมื้อเย็นก็ให้เปลี่ยนเป็นวิธีปรับเปลี่ยนอาหารในมื้อเย็นแทน

วิธีนี้จึงเหมาะกับการทำติดต่อกันในช่วงสั้นๆ เท่านั้น เมื่อทำติดต่อกันเกิน 1 เดือนเราก็อาจจะเจอช่วงหยุดชะงัก บางคนก็อาจจะผ่านพ้นมาได้ แต่ถ้าเราทำนานเกินกว่านั้นไปอีก จะส่งผลกระทบต่อร่างกาย และฮอร์โมนเพศหญิง เช่น ประจำเดินมาไม่ปกติ ส่งผลเสียต่อสภาพผิว

หากจะใช้วิธีนี้ต้องกำหนดระยะเวลาให้แน่นอน สังเกตอาการ ถ้าสภาพร่างกายเริ่มไม่ค่อยดี ก็ให้หยุดทันที แล้วค่อยๆ กินอาหารที่ย่อยง่าย (เช่น ข้าวต้ม)

สรุปการลดความอ้วนด้วยการควบคุมอาหารเย็น

การควบคุมอาหารเย็นนั้น ถือเป็นวิธีลดความอ้วนที่มีประสิทธิภาพ อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าช่วงเวลาอาหารเย็นนั้น เป็นช่วงเวลาที่สำคัญกับการลดความอ้วน

วิธีไหนที่เราคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ รู้สึกไม่ชอบ เราก็มักจะทำวิธีนั้นได้ไม่ต่อเนื่อง โอกาสที่จะเกิดโยโยเอ็ฟเฟ็กต์ก็มีสูง

บทความนี้ผมได้เรียงลำดับตามระดับความยากง่ายในแต่ละวิธีไว้แล้ว หากคุณลองทำแล้วรู้สึกว่ายากเกินไป ก็ให้ลองเปลี่ยนไปทำวิธีที่ง่ายขึ้น หากวันนี้ยังทำวิธีนี้ไม่ได้ ก็ให้คิดเสียว่า ไว้วันพรุ่งนี้ค่อยลองทำดูใหม่ก็ได้ครับ

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การค่อยๆ ทำ ทำแล้วรู้สึกสนุก ทำได้นาน ส่วนใหญ่คนที่ลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไป มักไม่กลับมาอ้วนอีกยาก อาการโยโยเอ็ฟเฟ็กต์ก็น้อย จะว่าไปแล้วคนเหล่านั้นไม่ได้แค่ทำการลดความอ้วน แต่นำการลดความอ้วนนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันเลย ซึ่งใครที่ทำแบบนี้ได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จครับ

อย่างไรก็ตามลองเริ่มจากวิธีที่ผมได้แนะนำไป ซึ่งได้ผลเร็วดูก่อน ลองเลือกวิธีที่คิดว่าทำได้อย่างต่อเนื่อง แบบไม่ฝืนจนเกินไปนะครับ

*ถ้าจะให้อธิบายแล้ว “คาร์โบไฮเดรต” กับ “น้ำตาล” แตกต่างกันนะครับ เข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่

Return Top