กินยังไง ไม่ให้อ้วน

เนื้อวัว ไก่ หมู หรืออาหารประเภทเนื้อสัตว์แบบไหนที่กินแล้วไม่อ้วน

เนื้อวัว ไก่ หมู หรืออาหารประเภทเนื้อสัตว์แบบไหนที่กินแล้วไม่อ้วน

แม้จะอยู่ในช่วงลดความอ้วน แต่บางครั้งเราก็นึกอยากจะกินเนื้อย่าง หมูกระทะ ชาบูชาบู ข้าวหน้าหมูทอด ไก่ทอด

แต่รู้หรือไม่ว่า สำหรับการลดความ เนื้อย่างดีกว่าชาบูชาบู

เนื้อสัตว์กับไขมันเป็นศัตรูของการลดความอ้วนจริงหรือ ?

หลายคนที่กำลังลดความอ้วนมักคิดว่า จะต้องกินแต่อาหารประเภทผัก ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นคนชอบกินเนื้อ ซึ่งความคิดนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องและเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการลดความอ้วน

แต่ความจริงแล้วเรายังสามารถกินอาหารประเภทเนื้อสัตว์ได้อยู่ เพียงแต่อาจต้องปรับเปลี่ยนวิธีการปรุงอาหาร

เพื่อเอาใจคนที่กำลังลดความอ้วนแต่ชอบกินเนื้อ บทความต่อไปนี้ผมได้รวบรวมข้อมูลที่ควรรู้เกี่ยวกับปริมาณพลังงานในอาหาร และในไขมันของเนื้อสัตว์

เมื่อนำเนื้อสัตว์ไปย่าง พลังงานในเนื้อจะลดน้อยลงจริงหรือ ?

ไม่ว่าจะเป็นชาบูชาบูหรือหมูกระทะ อาหารทั้งสองชนิดก็มีไขมันไหลออกมาจากเนื้อสัตว์ด้วยกันทั้งนั้น

และเมื่อถามว่าระหว่างชาบูชาบูกับหมูกระทะ ถ้าให้เลือกกินเพื่อลดความอ้วน หลายคนคงจะเลือกชาบูชาบู

แต่ความจริงแล้ว เนื้อย่างหรือหมูกระทะที่มีน้ำมันไหลออกมา จะมีแคลอรี่น้อยกว่าชาบูชาบู

ปริมาณพลังงานในเนื้อสัตว์ที่เปลี่ยนไปเมื่อนำไปทำ ชาบูชาบู

ชาบูชาบู

ก่อนต้ม

  • เนื้อหมู ให้พลังงาน  263 kcal
  • เนื้อวัว ให้พลังงาน  318 kcal

หลังต้ม

  • เนื้อหมู ให้พลังงาน  239 kcal ( ลดไป 9%)
  • เนื้อวัว  ให้พลังงาน   248 kcal ( ลดไป 22%)

หากเป็นเนื้อชาบูชาบูที่มีขนาด 30 กรัมต่อ 1 ชิ้น ถ้าเป็นเนื้อวัว จะลดจาก  95  kcal  เป็น  74 kcal  ดังนั้นหากกิน 5 ชิ้น ก็จะสามารถลดพลังงานไปได้เท่ากับ  1 ชิ้น

ปริมาณพลังงานในเนื้อสัตว์ที่เปลี่ยนไปเมื่อนำไปทำ เนื้อย่าง

เนื้อย่าง

ก่อนย่าง

  • เนื้อหมู ให้พลังงาน  386 kcal
  • เนื้อวัว ให้พลังงาน  454 kcal

หลังย่างบนกระทะ

  • เนื้อหมู ให้พลังงาน  340 kcal ( ลดไป 12%)
  • เนื้อวัว ให้พลังงาน  381 kcal ( ลดไป 16 %)

หลังย่างบนตะแกรง

  • เนื้อหมู ให้พลังงาน 274 kcal (ลดไป 29 %)
  • เนื้อวัว ให้พลังงาน 341 kcal (ลดไป 25 %)

จะเห็นว่าเนื้อย่างนั้นสามารถทำให้พลังงานลดลงไปได้มากกว่าชาบูชาบู

หากเป็นหมูสามชั้นย่างจะสามารถลดพลังงานลงได้  1 / 3 หากคิดที่ 1 แผ่นเท่ากับ 20 กรัม จะสามารถลดพลังงานจาก 77 kcal  ลงได้ถึง 55 kcal

ปริมาณพลังงานในเนื้อสัตว์ที่เปลี่ยนไปเมื่อตัดส่วนที่มีไขมันออก

ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมูหรือเนื้อไก่ก่อนนำไปปรุงอาหาร เราควรตัดส่วนที่มีไขมันหรือหนังออกก่อน

โดยเฉพาะอาหารประเภทผัด เพราะอาจจะทำให้ร่างกายได้รับปริมาณพลังงานเกินความจำเป็น

สภาพตอนซื้อมา

  • อกไก่ 1 ชิ้น 160 กรัมให้พลังงาน 306 kcal
  • เนื้อหมูสันนอก 1 ชิ้น 120 กรัมให้พลังงาน 289 kcal

หลักจากลอก ตัดหนังและส่วนไขมันออก

  • เนื้ออกไก่  132 kcal (ส่วนหนังที่ลอกออกไปให้พลังงาน 174 kcal)
  • เนื้อหมูสันนอกให้พลังงาน 141 kcal ( ส่วนไขมันที่ตัดออกให้พลังงาน 148  kcal)

ข้าวหน้าหมูทอด และไก่ทอดคาระอะเกะ ต้องระวัง!

หากเป็นอาหารประเภททอดควรเลือกที่เป็นทอดเปล่าๆ จะดีกว่าทอดแบบชุบเกล็ดขนมปัง

หากเรียงลำดับของทอดแบบที่ต้องชุบแป้งก่อนทอด จากของที่ให้พลังงานสูงที่สุดจะเรียงได้ดังนี้

  • ชุบแป้งทอดเทมปุระ
  • ชุบเกล็ดขนมปัง
  • ชุบแป้งสาลี
  • ชุดแป้งมัน
  • ทอดกรอบแบบชุบแป้งเล็กน้อย (แบบไก่ทอดคาราเกะ)

สรุปได้ว่าหากเราต้องการกินของทอดในช่วงลดความอ้วน เราควรเลือกของทอดที่ชุบแป้งน้อยหรือบางที่สุด

นำเนื้อสันนอกมาทำข้าวหน้าหมูทอด

ข้าวหน้าหมูทอด

วิธีการทำข้าวหน้าหมูทอดนั้น จำเป็นต้องชุบแป้งและเกล็ดขนมปัง ควรเลือกเกล็ดขนมปังแบบแห้งเพราะหากเป็นแบบสด จะทำให้อมน้ำมันและทำให้ข้าวหน้าหมูทอดมีปริมาณพลังงานสูง

ก่อนทอด

  • เนื้อหมู  ให้พลังงาน 281 kcal ( 107 g)
  • เมื่อนำไปชุบแป้งแล้ว ให้พลังงาน 359 kcal ( เฉพาะแป้งและเกล็ดขนมปังให้พลังงาน 78 kcal)

จะเห็นได้ว่าหมูทอดเมื่อนำมาชุบเกล็ดขนมปังแล้วจะมีแคลอรี่เพิ่มขึ้นถึง 216 kcal

ดังนั้นในช่วงลดน้ำหนักควรหลีกเลี่ยงอาหารแบบนี้

นำน่องไก่มาทำไก่ทอดคาราเกะ

ไก่ทอด

เนื้อสัตว์ที่มีไขมันมากอย่างเนื้อบริเวณส่วนน่องของไก่ เมื่อนำไปทอดแล้ว

ส่วนไขมันของเนื้อจะหลุดออกมาทำให้เนื้อไม่อมน้ำมัน ทำให้ไม่มีการเพิ่มแคลอรี่เข้าไป แต่ข้อเสียคือ จะทำให้น้ำมันทอดเสียเร็ว

ก่อนทอด

  • เนื้อไก่ติดหนัง 1 ชิ้น ให้พลังงาน 68 kcal
  • ชุบแป้งทอด ให้พลังงาน 75  kcal

หลังทอด

  • เนื้อไก่ทอดแบบแป้งเล็กน้อย 1 ชิ้นให้พลังงาน 78 kcal (เพิ่มขึ้น 1%)

จะเห็นว่าไก่ทอดแบบชุบแป้งเพียงเล็กน้อย และด้วยคุณสมบัติของเนื้อไก่ ทำให้ไก่ทอดแบบนี้ไม่มีแคลอรี่เพิ่มขึ้นจากเดิมไม่มากนัก
ในบรรดาของทอดทั้งหมด ของทอดลักษณะแบบนี้อาจจะเหมาะสำหรับคนที่กำลังลดความอ้วนแต่ต้องการกินของทอด

หากเรารู้ว่าอาหารประเภทเนื้อสัตว์แต่ละชนิดให้พลังงานเท่าไหร่ เราก็จะสามารถกินได้อย่างสบายใจและจะเป็นประโยชน์ในการวางแผนลดความอ้วนของเราด้วย

ทั้งนี้เราจะต้องเพิ่มเทคนิคต่างๆเข้าไป เช่น เปลี่ยนแปลงวิธีการปรุงอาหาร พยายามใช้น้ำมันให้น้อยที่สุด หรือปรุงอาหารให้เพียงพอสำหรับ 1 คนเท่านั้น

สิ่งเล็กๆน้อยๆเหล่านี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับพลังงานเกินความจำเป็นได้

Return Top