ประจำเดือน

ใช้ช่วงเวลาที่มีประจำเดือน “กิน” แล้วลดน้ำหนัก

ใช้ช่วงเวลาที่มีประจำเดือน “กิน” แล้วลดน้ำหนัก

ผู้หญิงหลายคนกังวลเวลาประจำเดือนมา เพราะช่วงนี้จะมีความอยากอาหารมาก แต่รู้ไหมครับว่าช่วงนี้แหละครับถ้ากินเต็มที่จะมีผลดีต่อการลดน้ำหนัก ลองมาพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสในช่วงนี้ดูนะครับ

ใช้ช่วงเวลาที่มีประจำเดือน “กิน” แล้วลดน้ำหนัก

คนมักจะคิดว่า ความอยากอาหารในช่วงก่อนมีประจำเดือนนั้น เกิดจากฮอร์โมนของเพศหญิง ทำให้ควบคุมได้ยาก แต่แค่อดอาหารก็พอ แต่กลับกัน การอดอาหารจะทำให้เรายิ่งเครียด แล้วเป็นการสร้างนิสัยให้กินเกิน

สิ่งสำคัญในการลดน้ำหนักไม่ใช่การควบคุมความอยากอาหารโดยการไม่กินตลอดเวลา แต่คือการให้ร่างกายได้รับสิ่งที่ต้องการ ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย เวลาลดน้ำหนักหรือพักผ่อนก็ทำให้เต็มที่ รู้ไหมครับว่าคนที่กินตามปกติ ในช่วงก่อนมีประจำเดือนผอมได้ง่ายกว่า ?

กินอาหารมื้อหลักตามที่ชอบได้ แต่ต้องแบ่งเป็น 5 มื้อ

การก

บางครั้งก่อนมีประจำเดือน ก็อาจจะเป็นสัญญาบอกถึงการตั้งครรภ์ ซึ่งถ้าหากเป็นอย่างนั้นจริง ผู้หญิงก็จะรู้สึกหิวมา เพราะต้องการพลังงานไปให้ลูกในครรภ์ด้วย เนื่องจากเป็นเรื่องธรรมชาติของร่างกายเราจึงไม่สามารถห้ามได้ ถ้าร่างกายต้องการ แต่เราไม่กินเข้าไป พยายาม “ฝืน”ซึ่งถ้าเราทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ก็จะกลายเป็นการอดอาหาร จากนั้นร่างกายก็จะเปลี่ยนสิ่งที่กินเข้าไปให้เป็นพลังงานสะสม แล้วไม่ยอมเผาผลาญ ทำให้ระบบเผาผลาญในร่างกายไม่ดี

ปกติผู้หญิงที่พยายามจะควบคุมปริมาณคาร์โบไฮเดรตนั้น(อาหารมื้อหลัก) หากช่วงก่อนมีประจำเดือนถ้าหิวมาก ก็ให้กินตามความหิวของตัวเอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าให้กินแต่คาร์โบไฮเดรตอย่างเดียว เพราะอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้อ้วนง่าย อาจเกิดอาการPMS(Prementrual Syndrome) ซึ่งจะทำให้หงุดหงุดได้ง่ายด้วยครับ

ดังนั้นวิธีแก้คือ แบ่งมื้ออาหารออกเป็น 5 มื้อต่อวัน เพื่อไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดมีการเปลี่ยนแปลงมากจนเกินไป

ข้าวปั้น

ผมขอแนะนำให้กินข้าวปั้นแทนของว่างครับ ป้องกันไม่ให้เรากินขนมขบเคี้ยว หลักๆ ก็ยังเหมือนเดิมคือกินมื้อเช้า, กลางวัน และเย็นตามปกติ แค่ในระหว่างมื้อ เพิ่มข้าวปั้นแทนขนมเข้าไปครับ

ทำอย่างนี้เป็นประจำ เพียงเท่านี้ระดับน้ำตาลในเลือดของเราก็จะปกติ ไม่เปลี่ยนแปลงขึ้นๆ ลงๆ พอถึงเวลาก่อนมีประจำเดือนก็จะไม่ต้องวังวลกับความหิวอีกต่อไปครับ

กินอาหารรสจัดได้ แต่ต้องเพิ่มผักมากๆ

สลัด

ในวันหนึ่งๆ เราพยายามหลีกลี่ยงอาหารรสจัดเวลาไปกินข้าวนอกบ้าน หรืออาหารตามซุปเปอร์มาร์เก็ต โดยเฉพาะผู้หญิง พอถึงช่วงก่อนมีประจำเดือนก็จะยิ่งเข้มงวดในเรื่องนี้ แต่ผมแนะนำนะครับ ผู้หญิงที่ก่อนมีประจำเดือนไม่ต้องกังวล ให้กินตามที่ชอบได้เลยครับ

ปกติแล้วเราจะพยายามหลีกเลี่ยงของมันของทอด ของที่มีน้ำตาลมากอย่างซอสมะเขือเทศ และพยายามทำอาหารให้มีรสจืดโดยไม่ใช้เกลือในการปรุงรสอาหารเพื่อจะได้ควบคุมปริมาณโซเดียม แต่ถ้าทำอย่างนี้ในช่วงก่อนมีประจำเดือนด้วย จะทำให้เราไม่ค่อยอิ่ม ในทางกลับกันเราอาจจะอยากกินขนมเพิ่มมากขึ้นก็ได้ครับ

ช่วงก่อนมีประจำเดือน ร่างกายจะดูดและกักเก็บน้ำไว้ได้ง่าย และเซลล์ที่ลิ้นรับรสชาติก็จะดูดน้ำเก็บไว้ ทำให้เวลากินอาหารรสชาติปกติจะ”จืด”ดังนั้นร่างกายจึงอยากจะกินอาหารรสจัดมากกว่าปกติ ก่อนมีประจำเดือน เราจะต้องพยายามกินข้าวให้อิ่มให้เหมือนปกติทุกวัน ไม่กินขนมมากเกินความจำเป็น จะเป็นของทอดก็กินได้ จะใส่เครื่องปรุงรสก็ไม่ว่า แต่เพื่อป้องกันการดูดซึมจากลำไส้เข้าสู่ร่างกาย ให้กินผักที่มีเส้นใยหรือพวกสาหร่ายทะเลด้วยครับ และเนื่องจากเราจะกินกับอาหารที่มีรสจัดอยู่แล้ว ดังนั้นควรจะกินกับผักสด, ผักนึ่ง หรือไม่ใส่น้ำมันจะดีมากครับ

กินขนมที่ชอบได้ แต่หลังหมดประจำเดือนต้องควบคุมน้ำตาล

ขนมเค้ก

สามารถกินขนมได้ครับ แต่ไม่ควรกินแทนข้าว แน่นอนครับว่าขนมนั้นเป็นศัตรูของการลดน้ำหนัก และก็พยายามหลีกเลี่ยง แต่สำหรับผู้หญิงก่อนที่ประจำเดือนมานั้นกินได้ครับ

หากเราเป็นคนที่ชอบกินขนม คิดแต่เรื่องจะกินขนม แล้วกลัวว่าถ้าหากมีโอกาสได้กินจะเผลอกินขนมมากเกินไป แนะนำว่าให้กินวันละนิดครับ เพื่อป้องกันการกินขนมเกิน อย่างที่บอกไปแล้วว่าห้ามกินขนมแทนข้าว ในหนึ่งวันนั้น ควรจะแบ่งออกเป็น 3-5 มื้อ ถ้ากินของรสจัดไปแล้วแต่ยังไม่พอใจ กินขนมเพิ่มไปอีกนิดหน่อยแบบนี้ทำได้ครับ สรุปก็คือไม่ให้กินแทนข้าว แต่กินเหมือนเป็นของหวานหลังอาหารนิดหน่อยได้ครับ

แต่ถ้ากินขนมมากกว่าปกติส่วนที่กินเกินมานั้น ให้รอหลังจากหมดประจำเดือน 1-2 วัน พอความหิวสงบลงเป็นปกติแล้ว ก็ให้เริ่มจำกัดน้ำตาลแล้ว “รีเซ็ต” ร่างกายใหม่ โดยวิธีการจำกัดน้ำตาลก็มีหลายวิธีครับ

เช่น “ข้าวเย็นไม่กินแป้ง” “วันละ 2 มื้อ ไม่กินแป้ง”“กินแป้งแต่งดผักหรือผลไม้น้ำตาลมาก” “ไม่กินขนม” “ไม่ใช้เครื่องปรุงที่ผสมน้ำตาล”หรือถ้าจะเป็นวิธีอื่น ก็ควรเป็นวิธีที่ไม่ทำให้ร่างกายและจิตใจเครียดนะครับ อีกอย่างที่ต้องระวังคือ ถ้าเข้มงวดมากเป็นเวลานาน อาจทำให้มีปัญหาเรื่อง “ตัวเย็น” แล้วส่งผลให้ผอมได้ยากนะครับ

สรุปครับ

จบประจำเดือน

ผู้หญิงหลายคนที่ใช้วิธีจัดการกับความหินตอนก่อนมีประจำเดือนได้เก่งแล้วสามารถลดน้ำหนักได้อย่างราบรื่นกว่าตอนที่พยายามอดอาหารเสียอีก การที่เอาแต่ไม่กิน ไม่ใช่วิธีลดน้ำหนักที่ถูกต้องนะครับ

เราควรที่จะฟังว่าร่างกายต้องการอะไร แล้วก็ให้กินสิ่งนั้น หลักจากหมดประจำเดือนแล้วก็ค่อยมาลดน้ำหนักอย่างเต็มที่กันอีกที วิธีแบบนี้จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกับการลดน้ำหนักครับ

นอกจากบทความนี้แล้วยังมีบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Return Top