ดีท็อกซ์ลำไส้

ลดน้ำหนักด้วยการแก้ไขอาการท้องผูก 1 เดือน ลดได้ 3 กิโลกรัม

ลดน้ำหนักด้วยการแก้ไขอาการท้องผูก 1 เดือน ลดได้ 3 กิโลกรัม

แก้ไขปัญหาอาการท้องผูกเพื่อลดความอ้วน

ถ้าใครที่พยายามควบคุมอาหาร ปรับเปลี่ยนชนิดอาหาร ออกกำลังกายมากเท่าไร แต่น้ำหนักก็ไม่ลดสักที นั่นอาจเป็นเพราะอาการ “ท้องผูก” ที่คุณกำลังเป็นอยู่ก็ได้ครับ ครั้งนี้ผมจะแนะนำวิธีแก้อาการท้องผูก ซึ่งจะช่วยให้การลดความอ้วนได้ผลดีขึ้นด้วยครับ

หากมีของเสียสะสมอยู่ที่ลำไส้มาก

หากมีของเสียสะสมอยู่ที่ลำไส้มาก จะทำให้สภาพของลำไส้ค่อยๆ แย่ลง เกิดแก๊สที่ไม่ดีต่อร่างกาย และส่งผลให้ระบบเผาผลาญแย่ลงด้วยครับ อุตส่าห์กินของดี มีประโยชน์ มีสารอาหารครบถ้วน แต่ถ้าหากการทำงานของลำไส้ไม่ดี สภาพภายในร่างกายก็จะไม่ดีตามไปด้วย การรักษาสมดุลของสารอาหารก็จะไม่ดี สุดท้ายก็อ้วนอยู่ดีครับ เพราะฉะนั้นก่อนที่จะเริ่มลดความอ้วนอย่างจริงจัง ควรแก้ไขปัญหาอาการท้องผูกก่อนนะครับ

น้ำเปล่า 1 แก้ว หลังตื่นนอนทันที

เดื่มน้ำ

น้ำจะช่วยให้ลำไส้ตื่นตัว และเริ่มทำงานได้ดี หลังจากที่หยุดทำงานมานานช่วงที่เรานอนหลับ ทำให้ขับของเสียออกจากร่างกายได้ดีขึ้น โดยเฉพาะน้ำเย็นจะช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ได้ดี หรืออาจจะเป็นนมสักแก้วก็ได้ครับ

น้ำตาลที่อยู่ในนมหรือ แล็คโทส (lactose) นั้นจะช่วยทำให้การขับถ่ายง่ายขึ้น สำหรับใครที่มักจะท้องเสียหรือท้องผูกบ่อยๆ การกระตุ้นลำไส้ด้วยนม อาจทำให้อาการแย่ลงกว่าเดิมได้นะครับ ดังนั้นควรเปลี่ยนจากนมเป็นน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนแทนครับ

ไม่เพียงแค่ตอนตื่นนอนเท่านั้น แต่น้ำยังสำคัญทุกช่วงในการใช้ชีวิต หากเราถ่ายเป็นก้อน อุจจาระมีลักษณะคล้ายมูลกระต่าย ก็หมายความว่าร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอครับ

ลำไส้เล็กจะทำหน้าที่ดูดสารอาหารจากอาหารที่เรากินเข้าไป ส่วนที่เหลือจะส่งไปยังลำไส้ใหญ่ และลำไส้ใหญ่จะดูดน้ำอีกครั้ง ส่วนที่เหลือสุดท้ายก็จะกลายเป็นอุจจาระ ขับออกจากร่างกาย แต่ถ้าร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ ก็จะทำให้ขับถ่ายลำบาก การป้องกันอาการท้องผูกเบื้องต้น คือ ควรดิ่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน ตื่นเช้าขึ้นมาควรดื่มน้ำ 1 แก้ว จากนั้นระหว่างวันควรดื่นให้ได้ 1-1.5 ลิตรครับ

โดยเฉพาะสาวๆ ช่วงก่อนมีประจำเดือน ฮอร์โมนในร่างกายจะทำงานหนัก และร่างกายจะดูดน้ำมากกว่าปกติ ซึ่งจะทำให้เกิดอาการท้องผูกได้ง่าย ดังนั้นช่วงนี้ต้องดื่มน้ำมากเป็นพิเศษครับ

ข้าวดีกว่าขนมปัง

ข้าวดีกว่าขนมปัง

อาหารที่มีเส้นใยมากจะช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ใหญ่ และยังช่วยทำให้การขับถ่ายง่ายยิ่งขึ้น อาหารที่มีเส้นใยมากได้แก่ ผัก ผลไม้ และสาหร่ายทะเล ถ้าจะพูดถึงอาหารมื้อหลักที่มีเส้นใยมาก ก็คือ ข้าว ครับ

และมีมากกว่าขนมปังด้วย นั่นก็หมายความว่ากินข้าวจะลดโอกาสการเป็นท้องผูกได้มากกว่ากินขนมปังนั่นเอง ซึ่งจากผลสำรวจก็พบว่า คนที่กินข้าวเป็นอาหารหลัก จะไม่ค่อยรู้สึกว่าเป็นท้องผูกมากกว่าคนที่กินขนมปังเป็นอาหารหลักครับ

ข้าวที่มีเส้นใยมากได้แก่ ข้าวที่ไม่ขัดสี เช่นข้าวกล้อง หรือข้าวซ้อมมือนะครับ โดยเฉพาะข้าวที่เย็นแล้วจะมีเส้นใยมากกว่าข้าวที่ยังร้อนอยู่ครับ ที่ญี่ปุ่น “กินข้าวเย็น(ข้าวไม่ร้อน) ลดความอ้วน” เมื่อก่อนฮิตเลยครับ

กินของที่ช่วยเพิ่มแก๊ส

ฟักทอง

หากเกิดแก๊สในลำไส้ใหญ่ จะช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ใหญ่ได้ครับ และอาหารที่จะช่วยเพิ่มแก๊สได้นั้นก็คือ ถั่ว, มันฝรั่ง และฟักทองครับ

อาหารที่มีเชื้อหมัก

โยเกิร์ต

อาหารที่มีเชื้อหมักจำพวกโยเกิร์ต, ชีส, ถั่วนัตโต, ซุปมิโสะ หรือผักดอง จะช่วยเพิ่มเชื้อจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส (lactobacillus) ซึ่งดีต่อลำไส้ของเรา พอพูดถึงอาการท้องผูก หลายคนก็จะนึกถึงโยเกิร์ตเป็นอย่างแรก แต่ไม่ใช่ทุกคนนะครับ ที่กินโยเกิร์ตแล้วจะช่วยให้อาการท้องผูกดีขึ้น ขางคนกินแล้วไม่ได้ผล ให้ลองเปลี่ยนไปกินซุปมิโสะ หรืออย่างอื่น ลองดูไปเรื่อยๆ ครับ

อาหารชนิดไหนที่เหมาะกับเรา และช่วยแก้ไขอาการท้องผูกได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น เราจะต้องค่อยๆ ลองไปทีละอย่างครับ จริงอยู่ว่าโยเกิร์ตนั้นมีเชื้อจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส มีส่วนช่วยแก้ไขอาการท้องผูกได้ แต่ก็ไม่ใช่ทุกยี่ห้อที่จะได้ผลนะครับ หากลองกินแล้ว 1-2 สัปดาห์ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงก็ลองเปลี่ยนไปกินอย่างอื่นดูนะครับ

หาเวลาพักผ่อน

หาเวลาพักผ่อน

แม้จะยุ่ง แต่ก็ควรหาเวลาพักผ่อนให้ร่างกายเพื่อสุขภาพและความงามให้กับตัวเองด้วยนะครับ ตอนที่ร่างกายรู้สึกอยากขับถ่ายจะเป็นตอนที่ระบบประสาท parasympathetic ทำงานดีที่สุด ในทางกลับกันตอนที่ระบบประสาท parasympathetic พักผ่อนหรือทำงานแบบผ่อนคลายจะเป็นตอนที่ทำงาน ตื่นเต้น โกรธ เครียด เวลานี้ระบบประสาท sympathetic จะทำงานหนัก และร่างกายจะรู้สึกไม่อยากขับถ่าย โดยเฉพาะคนที่ใช้ชีวิตอย่างรีบเร่งทุกวัน ส่งผลให้ parasympathetic ไม่ทำงาน และทำให้ไม่รู้สึกอยากขับถ่าย

ดังนั้นเราจะต้องหาเวลาผ่อนคลายให้กับร่างกายในทุกๆ วันด้วยนะครับ ประสาทส่วนกลางจะได้ทำงานเป็นปกติ และระบบประสาท parasympathetic และ sympathetic ก็จะสลับกันทำงานอย่างราบรื่น ระบบขับถ่ายของเราก็จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ เพียงแค่ได้แช่น้ำอุ่นๆ ก็เป็นการผ่อนคลาย ให้ประสาทส่วนกลางได้ทำงานอย่างดีแล้วครับ ยังไงลองหาเวลาให้ทั้งร่างกายและจิตใจของเราได้พักผ่อนบ้างนะครับ

กล้ามท้องกับการออกกำลังกายแบบ “แอโรบิก”

แอโรบิก

ถ้ากล้ามท้องไม่แข็งแรง แรงดันในท้องก็จะน้อย ส่งผลให้ขับถ่ายของเสียได้ลำบากครับ ปัญหาท้องผูกที่พบในผู้สูงอายุกับผู้หญิงก็มีสาเหตุมาจากเรื่องนี้เช่นกันครับ

การออกกำลังกายแบบแอโรบิกเบาๆ อย่างเช่น การเดินหรือปั่นจักรยาน จะทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย กระตุ้นการทำงานระบบประสาท parasympathetic เป็นผลดีต่อระบบขับถ่ายครับ

สรุปครับ

การจะแก้ไขอาการท้องผูก ไม่เพียงแต่ปรับพฤติกรรมการกินเท่านั้น แต่การฝึกออกกำลังกายให้เป็นนิสัย และป้องกันความเครียดก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันครับ ดังนั้นก่อนที่จะลดความอ้วน เราจะต้องเริ่มจากการแก้ไขอาการท้องผูกกันก่อนนะครับ

Return Top