ลดน้ำหนักด้วยกฎงดข้าว 14 ชั่วโมง

ลดน้ำหนักด้วยกฎงดข้าว 14 ชั่วโมง

วิธีนี้อธิบายง่ายๆ ก็คือ ในแต่ละวันสามารถกินอะไรก็ได้ที่อยากกินแต่ต้องภายใน 10 ชั่วโมงเท่านั้น อีก 14 ชั่วโมงที่เหลือห้ามกินแม้แต่นิดเดียว วิธีนี้จะช่วยทำให้ไม่เครียด ไม่ต้องอดอาหาร โดยเฉพาะของที่อยากกิน ทั้งนี้ยังมีกฎ และจุดสำคัญสำหรับการเลือกใช้วิธีนี้ตามรายละเอียดต่อไปนี้ครับ

จุดเด่นที่สำคัญของวิธีงดอาหาร 14 ชั่วโมงนี้คือ ไม่ค่อยเกิดความเครียด เพราะสามารถกินของที่ชอบได้ เหมาะสำหรับคนที่กินมาก หรือชอบกินมื้อดึกเป็นอย่างยิ่งครับ




กฎงดข้าว 14 ชั่วโมง คืออะไร

อย่างที่ผมได้อธิบายไปแล้วข้างต้น ก็คือ ในแต่ละวันสามารถกินอะไรก็ได้ที่อยากกินแต่ต้องภายใน 10 ชั่วโมงเท่านั้น อีก 14 ชั่วโมงที่เหลือห้ามกินแม้แต่นิดเดียว โดยที่เราจะเริ่มนับเวลาตั้งแต่มื้อเช้าที่กิน เช่น กินมื้อเช้าตอน 8 โมงเช้า นับต่อไปอีก 10 ชั่วโมง นั่นก็หมายความว่า จะต้องกินมื้อเย็นก่อน 6 โมงเย็นและหลังจากนั้นก็จะไม่สามารถกินอะไรได้อีก

วิธีนี้สามารถปรับให้เข้ากับการใช้ชีวิตประจำวันได้ เพราะบางคนไม่สามารถกินข้าวได้ตรงเวลา อย่างไรก็ตามมื้อเย็นไม่ควรกินเกิน 2 ทุ่มนะครับ  หากมีนัดที่จะต้องออกไปกินข้าวนอกบ้าน ก็อาจจะกำหนดเวลาว่าควรกินเสร็จไม่เกินกี่โมง

ทำไมกฎงดข้าว 14 ชั่วโมง จึงได้ผล

เหมือนการอดอาหาร

กฎข้อสำคัญคือ การงดอาหารหลังจากชั่วโมงที่ 10 ดังนั้น อีก 14 ชั่วโมงที่เหลือจะกินอะไรไม่ได้นอกจากน้ำเปล่า ก็จะคล้ายกับการอดอาหารนั่นเอง  

ถ้ากินอาหารที่ย่อยยาก หรือกินมากเกินไป ร่างกายจะต้องใช้เวลาในการย่อยค่อนข้างนาน หากย่อยไม่หมดก็กลายเป็นไขมันสะสม แต่ถ้าใช้กฎนี้ร่างกายก็จะมีเวลาย่อยอาหารให้หมดได้ ตื่นเช้ามาร่างกายก็จะขับของเสียที่เหลือออกจากร่างกาย ระบบเผาผลาญทำงานได้ดี และไม่มีไขมันสะสม

เลิกกินข้าวเย็นดึกเกินไป

ตามกฎแล้ว คุณจะสามารถกินมื้อเย็นได้ดึกสุดไม่เกิน 2 ทุ่ม คนที่เคยกินข้าวเย็นดึก ก็จะค่อยๆ ปรับเวลา และชินจนเป็นนิสัย 

การใช้ชีวิตกลางวัน ทำกิจกรรมต่างๆ ในเวลากลางวัน และให้กลางคืนเป็นเวลาพักผ่อน หรือเรียกง่ายๆ ว่า “มนุษย์กลางวัน” นั้นถือเป็นเรื่องปกติ และควรทำเพื่อรักษาสุขภาพของตัวเอง ในช่วงเช้า ระบบประสาท parasympathetic จะทำงาน ระบบการเผาผลาญไขมันในร่างกายจะทำงานได้มากขึ้น การลดน้ำหนักก็จะได้ผลเร็วยิ่งขึ้นด้วยครับ

ลดความอยากอาหารให้กลับไปในระดับเดิม

หากใช้วิธีนี้ไปเรื่อยๆ ร่างกายจะรับรู้ความรู้สึกสดชื่น ตื่นตัวตอนท้องว่าง(ไม่มีอะไรให้หนักท้อง)  สำหรับคนที่เคยเป็นมนุษย์กลางคืนมาก่อน กินข้าวดึกดื่นก็จะค่อยๆ ปรับเวลา ตื่นเช้ามาก็จะรู้สึกหิว ทำให้กลับไปกินข้าวได้ตรงตามเวลาปกติ ไม่กินเกิน และไม่หิวบ่อยครับ

ข้อควรระวังสำหรับการใช้วิธีนี้

ใส่ใจประเภทของอาหารด้วย

จากกฎที่บอกไว้ สั้นๆ ง่ายๆ ว่า สามารถกินอะไรก็ได้ภายใน 10 ชั่วโมงนั้น สิ่งที่ควรเลี่ยงก็คือ อาหารประเภท junk food หรืออาหารที่มีแคลอรีสูงมากๆ 

อย่าลืมเป้าหมายที่สำคัญอย่างคือเรื่องสุขภาพครับ ถึงจะควบคุมอาหารแต่ก็ยังต้องให้ความสำคัญกับสารอาหาร และเรื่องไขมันด้วยครับ

ดื่มน้ำผักหรือนมถั่วเหลืองก่อนกินข้าว

หากกินข้าวเข้าไปเลยในขณะท้องว่าง จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้ร่างกายหลั่งอินซูลินออกมามาก ทำให้ร่างกายสะสมไขมันเอาไว้ การกินน้ำผัก หรือนมถั่วเหลืองก่อนกินข้าวจะช่วยทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดค่อยๆ สูงครับ

นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมปริมาณอาหารได้ด้วยครับ เหมือนเป็นการกินรองเท้าเข้าไปก่อน เวลากินข้าวมื้อหลักจะได้ไม่กินมากจนเกินไป

เคี้ยวให้นาน

ฝึกนิสัยให้ตัวเองเป็นคนเคี้ยวข้าวให้ละเอียด เคี้ยวให้นาน การเคี้ยวนานๆ จะทำให้ร่างกายหลั่งสารที่ชื่อ ฮิสตามิน ซึ่งจะช่วยควบคุมความหิว และปริมาณอาหารได้ครับ 1 คำควรเคี้ยวให้ได้ 30 ครั้ง

ออกกำลังกายเบาๆ ให้ติดเป็นนิสัย

การออกกำลังกายเบาๆ เช่น การยืดกล้ามเนื้อ หรือการเดิน จะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศ ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย และช่วยกระตุ้นการเผาผลาญของร่างกายด้วยครับ

อาบน้ำอุ่น

การอาบน้ำอุ่นแบบแช่น้ำจะช่วยควบคุมความหิวได้ครับ

หากเลือดไหลมารวมตัวกันภายในอวัยวะต่างๆ จะทำให้กระเพาะตื่นตัวในการทำงาน แล้วเกิดการย่อยอาหารทำให้ท้องว่างและรู้สึกหิว ดังนั้นการแช่น้ำอุ่นจะทำให้เลือดไหลเวียนไปทั่วร่างกาย จึงช่วยลดความหิวลงได้ครับ

ในขณะแช่น้ำอาจใช้น้ำมันหอมระเหยกลิ่น cedar wood, sandal wood (ไม้จันทร์) ช่วยบรรเทาความหิวได้ หรือจะใช้กลิ่นจำพวกไม้ซีตรัส เช่น กลิ่นส้ม หรือ เกรปฟรุ้ตก็ช่วยได้เช่นกันครับ