การลดความอ้วนกับความสมดุลของฮอร์โมนสำหรับเพศหญิง

การลดความอ้วนกับความสมดุลของฮอร์โมนสำหรับเพศหญิง

ความสมดุลของฮอร์โมนเพศหญิงที่เปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดช่วงต่างๆ ของผู้หญิงนั่นคือ ช่วงก่อนไข่ตก, ช่วงไข่ตก, ช่วงหลังไข่ตก และ การมีประจำเดือน ฮอร์โมนเพศหญิงที่สำคัญมีอยู่ 2 ฮอร์โมนคือ ฮอร์โมน estrogen ที่จะหลั่งในช่วงก่อนไข่ตก และฮอร์โมน progesterone ที่จะหลั่งในช่วงหลังไข่ตก การสังเกตตัวเองว่ารอบเดือนของตัวเองประมาณกี่วันนั้น เป็นสิ่งที่ควรทำ

ช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อการลดความอ้วน

ช่วงที่ประจำเดือนจะหมด หรือช่วงก่อนไข่ตก จะเป็นช่วงที่สภาพจิตใจมั่นคง รู้สึกร่างกายเบา ผิวหรือเส้นผมมีความชุ่มชื้น สาเหตุเกิดจากการหลั่งฮอร์โมน estrogen ฮอร์โมนนี้มีหน้าที่เตรียมสภาพร่างกายและจิตใจให้สาวๆ พร้อมที่จะไข่ตก และตั้งครรภ์ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวและเส้นผมของสาวๆ ฮอร์โมนนี้จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า ฮอร์โมนคนสวยครับ อาจจะพูดว่าได้ว่า สาวๆ จะดูเปล่งปลั่งมีออร่า ก็ช่วงนี้แหละครับ

ฮอร์โมนชนิดนี้จะหลั่งไปจนถึงช่วงก่อนไข่ตก ดังนั้นในช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่เหมาะกับการลดความอ้วนมากที่สุด ไม่มีอาการหงุดหงิด อาการบวมน้ำเข้ามาแทรกด้วย

ลดความอ้วนอย่างมีประสิทธิภาพ

1.ออกกำลังกายให้มากกว่าปกติ เช่น เพิ่มการเดิน 100 ก้าว เข้าไปในโปรแกรมออกกำลังกายปกติ รวมถึงการเล่น weight training ก่อนจะถึงช่วงไข่ตกก็จะช่วยรักษาความสมดุลให้กับฮอร์โมนได้

2.กินข้าวให้ครบ 3 มื้อ และลดของว่างลง ในแต่ละมื้อควรให้อาหารให้หลากหลาย ต้องมีทั้งข้าว, กับข้าว(โปรตีน) และผัก และต้องพยายามกินของที่มีแคลอรีต่ำ

ช่วงที่ไม่ควรลดความอ้วน

คือช่วง หลังไข่ตก เพราะช่วงนี้ร่างกายและจิตใจจะแปรปรวนง่าย หงุดหงิดบ่อย อยากกินของหวาน เหนื่อยง่าย มือเท้าเย็น

นั่นเป็นเพราะในช่วงนี้ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมน progesterone ออกมามาก ฮอร์โมนนี้ส่งผลกระทบดังกล่าวต่อร่างกาย

โดยเฉพาะความอยากอาหารที่ควบคุมได้ยาก อาการบวมน้ำ ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมากในระยะนี้ ส่วนในช่วงหลังไข่ตก ผิวจะแห้ง แต่งหน้าแล้วรู้สึกว่าเครื่องสำอางไม่ค่อยติด สภาพร่างกายและจิตใจจึงไม่พร้อม

ดังนั้นระยะนี้จึงไม่ควรหักโหม ทั้งการควบคุมการกิน และการออกกำลังกาย ควรผ่อนคลาย ถ้ายิ่งหักโหมก็จะยิ่งเครียดครับ

การที่อยากกินของหวานเป็นเพราะ serotonin ไม่พอ

อย่างที่อธิบายไปว่าช่วงก่อนมีประจำเดือน จะเป็นช่วงที่หงุดหงิดง่ายที่สุด อารมณ์แปรปรวนที่สุด ซึ่งก็เกิดจากหลายสาเหตุ หนึ่งในนั้นคือ เกิดจากการหลั่งสาร serotonin ไม่เพียงพอ สารชนิดนี้ทำหน้าที่เป็นตัวรับส่งสัญญาณไปยังประสาทต่างๆ และมีหน้าที่หลัก 2 อย่างดังนี้

1.ทำให้ประสาทมีความเสถียร

2.ส่งสัญญาณให้รู้สึกอิ่ม ช่วยควบคุมความอยากอาหาร

การขาดสารชนิดนี้ เมื่อเรารู้สึกหงุดหงิด เราจะขาดสติและบรรเทาอาการหงุดหงิดด้วยการกิน ทำให้กินแต่ของหวาน และกินมากเกินไป นั่นก็เป็นเพราะการทำงานของระบบประสาทไม่เสถียรนั่นเองครับ

และทีต้องกินของหวานๆ ก็เพราะของหวานจะไปช่วยเพิ่มการหลั่ง serotonin ทำให้อาการหงุดหงิดบรรเทาลง เมื่อเทียบระหว่างผู้ชายกับผู้หญิงแล้ว เนื่องจากผู้หญิงมีสาร serotonin ในร่างกายน้อยกว่า ทำให้มีแนวโน้มที่จะคลายความเครียดด้วยการกินมากกว่าผู้ชายครับ

และในช่วงก่อนมีประจำเดือนการหลั่งสารดังกล่าวก็จะยิ่งลดลง ดังนั้นผู้หญิงจึงต้องระวัง ไม่แก้ปัญหาด้วยการกิน แต่ควรออกกำลังกาย เพื่อช่วยเพิ่มสาร serotonin ให้กับร่างกายด้วยนะครับ

วิธีหลีกเลี่ยงความเครียด (ส่งผลดีต่อการหลั่งสาร serotonin)

1.ออกกำลังกายด้วยการเคลื่อนไหวร่างกายแบบซ้ำๆ เช่น การเดิน, การทำความสะอาดบ้าน(ถูบ้าน) หรือแม้แต่การหมุนคอซ้ำๆ เป็นรอบๆ ในขณะที่นั่งอยู่กับที่ก็ช่วยได้ครับ

2.ได้รับ tryptophan อย่างเพียงพอ สารนี้เป็นกรดอะมิโนที่จำเป็น กรดอะมิโน tryptophan นี้ยังเป็นสารตั้งต้นสำหรับการสร้างสาร serotonin ด้วยครับ ของกินที่มีกรดอะมิโนนี้ได้แก่ นม, ชีส, กล้วย, ถั่วเขียว และปลาเนื้อแดง(แซลมอน) เป็นต้น

3.พักผ่อนให้เพียงพอ แล้วตื่นมารับแสงแดดยามเช้า จะช่วยเพิ่มการหลั่งสาร serotonin ได้ครับ ดังนั้นจึงต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนหลับให้เป็น นอนเร็วและตื่นเช้านะครับ

4.เปลี่ยนบรรยากาศด้วยกลิ่นหอมอโรม่า กลิ่นหอมที่ใช้จุดสร้างบรรยากาศในห้อง เลือกเป็นกลิ่นลาเวนเดอร์ จะช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และการหลั่งสาร serotonin จะเพิ่มขึ้น

ทำให้ต้องให้ความสำคัญกับช่วงการเปลี่ยนแปลงร่างกายของผู้หญิง

ร่างกายของผู้หญิงจะมีการเปลี่ยนแปลงตามความสมดุลของฮอร์โมน ทำให้เกิดอาการต่างๆ ขึ้นมากมาย ดังนั้นถ้าเราไม่สนใจ ออกกำลังกายแบบผิดๆ ก็จะทำให้เกิดอาการ “ผอมเกินไป” และผู้หญิงในปัจจุบันก็มักจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ ครับ (ผู้หญิงอายุ 20-29 ปีมีค่า BMI ไม่ถึง 18.5 สูงถึง 24.2%)

หากรุนแรงอาจส่งผลต่อกระดูก, ประจำเดือนมาไม่ปกติ, ปัญหาในการตั้งครรภ์และการคลอดลูกด้วยครับ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้ว่าแต่ละช่วงสำคัญอย่างไร ควรออกกำลังกายให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายจะให้ผลดีและปลอดภัยที่สุดครับ

สิ่งที่คนกำลังลดน้ำหนักต้องรู้!”ก่อนประจำเดือนมาจะอ้วน” จริงหรือ ? สาเหตุและวิธีป้องกัน

โฆษณา