ดีท็อกซ์ลำไส้

อาการท้องผูกกับการลดน้ำหนัก

อาการท้องผูกกับการลดน้ำหนัก

อาการท้องผูก เป็นศัตรูของสาวๆ หลายคน นอกจากนี้ยังเป็นสาเหตุของอาการผิวเสื่อม, ลงพุง ดูไม่ดีเลยครับ บทความนี้ผมจำนำเสนอวิธีรักษาสุขภาพของลำไส้ เพื่อให้ท้องของเราสะอาดอยู่ทุกวันครับ

ท้องผูกมีอาการอย่างไร ?

อาการท้องผูก

ท้องผูกจะมีอาการขับถ่ายลำบาก เกิดจากเวลาที่อุจจาระเคลื่อนที่ผ่านลำไส้ แล้วค้างอยู่ในลำไส้เป็นเวลานาน ส่งผลเสียต่อเชื้อโรคที่อยู่ในลำไส้ มีหลายคนเข้าใจว่าการไม่ขับถ่ายนานเกิน 3 วัน เป็นอาการของท้องผูก ซึ่งความจริงแล้วผิด ถ้าสภาพแวดล้อมภายในลำไส้ดี จะต้องขับถ่ายทุกวัน วันละ 1 ครั้งครับ อาการที่สังเกตได้ง่ายที่สุดคือ อุจจาระมีสีเข้ม และแข็ง ดังนั้นใครที่มีอาการแบบนี้ก็เสี่ยงที่จะเกิดอาการท้องผูกครับ

ส่วนเรื่องปริมาณนั้น แต่ละคนจะแตกต่างกัน โดยจะสัมพันธ์กับปริมาณอาหารที่กินเข้าไป คนที่ชอบกินเนื้อสัตว์เป็นหลัก จะขับถ่ายอุจจาระปริมาณน้อย ตรงกันข้ามกับคนที่กินผักและข้าวมากครับ โดยเฉพาะผู้หญิงจะมีปัจจัยเรื่องฮอร์โมนด้วย ทำให้เกิดอาการท้องผูกได้ง่ายกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะช่วงก่อนมีประจำเดือน และช่วงแรกของการตั้งครรภ์ มักจะเกิดอาการท้องผูกได้ง่ายครับ

ประเภทของอาการท้องผูก และสาเหตุ

ประเภทของอาการท้องผูก แบ่งออกได้ 2 ประเภทหลักๆ คือ 1) ท้องผูกที่เกิดจากอวัยวะขับถ่ายผิดปกติ (functional constipation) และแบ่งย่อยออกได้อีก 2 ประเภท 2) ท้องผูกเรื้อรัง (habitual constipation) แบ่งย่อยออกได้อีก 3 ประเภท เช่น คนที่มีสุขภาพดี แต่มีอาการท้องผูกเป็นประจำ จะจัดอยู่ในกลุ่มอาการท้องผูกทั้งแบบที่ 1 และ 2 โดยปกติแล้วไม่ว่าจะเป็นอาการท้องผูกประเภทไหน ก็มักเกิดจากสาเหตุที่คล้ายๆ กันคือ ลำไส้เสียสมดุลเชื้อแบคทีเรีย

  • ท้องผูกที่เกิดจากประสิทธิภาพการทำงานของอวัยวะ…..สาเหตุเกิดจากลำไส้ทำงานผิดปกติ
  • ท้องผูกที่เกิดจากอวัยวะขับถ่ายผิดปกติ…..สาเหตุเกิดจากอวัยวะควบคุมการขับถ่ายทำงานผิดปกติ
  • ท้องผูกที่เกิดจากผลกระทบทางจิตใจหรือแบบชั่วคราว…..สาเหตุมาจากความเครียดหรือร่างกายขับน้ำออกเกินไป
  • ท้องผูกเรื้อรัง…..เกิดจากพฤติกรรมการกิน และมักเป็นติดต่อกันนาน
  • ท้องผูกที่เกี่ยวกับทวารหนัก…..เกิดจากสมองกระตุ้นการขับถ่ายส่งไปไม่ถึงทวารหนัก
  • ท้องผูกที่เกี่ยวกับการชักกระตุก…..เกิดจากความเครียดหรือความเหนื่อยล้า
  • ท้องผูกที่เกิดจากอาการท้องตึง…..เป็นอาการท้องป่องที่มักเกิดกับผู้หญิง และผู้สูงอายุ

อวัยวะภายในร่างกายจะดีหรือไม่ดี จะสะท้อนออกมาให้เห็นที่ผิว และสุขภาพของลำไส้ก็เกี่ยวข้องกับความงามด้วยเช่นกัน

แก้ไขอาการท้องผูกด้วยวิธีนี้ !

สดชื่น

วิธีแก้คือต้องทำให้ลำไส้สะอาด วิธีที่ได้ผลมี 3 ข้อดังนี้ครับ

เส้นใยอาหาร

สาหร่าย

เส้นใยอาหารจะไม่ถูกย่อย แต่จะถูกส่งไปยังลำไส้ ปะปนอยู่ในอุจจาระ , เป็นอาหารให้เชื้อแบคทีเรียในลำไส้, ช่วยเพิ่มเชื้อแลคโตบาซิลลัสในลำไส้ สภาพแวดล้อมในลำไส้ก็จะดีขึ้น ทำให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น เส้นใยอาหารมี 2 ประเภท แต่ละประเภทจะมีหน้าที่ต่างกันเล็กน้อย

ส้นใยอาหารแบบละลายน้ำได้

เส้นใยอาหารประเภทนี้มีมากในสาหร่ายและผลไม้ มีคุณสมบัติช่วยทำให้อิ่ม ป้องกันการกินมากเกิน และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากกินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต

2. เส้นใยอาหารแบบไม่ละลายน้ำ

มีมากในถั่วและอาหารประเภทหมักดอง เส้นใยอาหารประเภทนี้เมื่อเข้าไปอยู่ในท้องจะดูดน้ำ และขยายตัว และทำให้ลำไส้เคลื่อนไหว เส้นใยอาหารมีมากในสาหร่าย(สาหร่ายฮิจิกิ, วากาเมะ, วุ้น), หัวไชเท้าตากแห้งฝอย, เห็ด, ผัก, ผลไม้, มันต่างๆ ดังนั้นเวลาจะทำอาหารก็ควรเพิ่มวัตถุดิบเหล่านี้เข้าไปด้วย เช่น ถ้าจะทำพาสต้าก็ใส่เห็ดหรือผัก, ถ้าจะทำซุปมิโสะก็ใส่ผักลงไป หรือแม้แต่แซนด์วิชก็ให้กินคู่กับผักสด หรือผักนึ่ง หรือถ้าเป็นอาหารแปรรูปก็จะไม่ค่อยมีเส้นใยอาหาร ดังนั้นเราจะต้องเพิ่มด้วยการเติมผักหรือวัตถุดิบอื่นลงไปครับ

ในหนึ่งวันร่างกายต้องได้รับเส้นใยอาหารอย่างน้อย 17 กรัม ในกรณีของผู้หญิง และอย่างน้อย 19 กรัม ในกรณีของผู้ชาย จากผลการสำรวจในปี 2551 เรื่องสารอาหาร และสุขภาพของประชากรญี่ปุ่น พบว่า ผู้หญิงอายุระหว่าง 30-39 ปี ได้รับเส้นใยอาหาร 12.6 กรัมต่อวันซึ่งไม่เพียงพอ จะมีเพียงชายหญิง อายุ 61-70 ปีเท่านั้นที่ได้รับเส้นใยอาหารเพียงพอตามที่ร่างกายต้องการ

กรดแลคติก

ヨーグルト

ในอาหารหมักดองเช่น กิมจิ, ถั่วนัตโต หรือโยเกิร์ตจะมีกรดแลคติก และคาร์โบไฮเดรตประเภทหนึ่งชื่อ oligosaccharide ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ คาร์โบไฮเดรตชนิดนี้ยังช่วยเพิ่มกรดแลคติกในลำไส้ได้อีกด้วยครับ กรดแลคติกจะไม่ทนต่อน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ทำให้ถูกกำจัดก่อนที่จะเคลื่อนที่ไปถึงลำไส้ วิธีแก้คือ กินโยเกิร์ตหรืออาหารที่มีกรดแลคติก โดยต้องไม่กินตอนท้องว่าง อาจกินข้าวเข้าไปก่อนสักครึ่งหนึ่ง แล้วค่อยกินอาหารที่มีกรดแลคติกตามเข้าไป จะทำให้กรดแลคติกนี้เข้าไปทำงานในลำไส้ได้ก่อนถูกกำจัดออก ไม่มีปริมาณกำหนดที่ชัดเจนว่าร่างกายต้องได้รับกรดแลคติกเท่าไร แต่ปริมาณที่เหมาะสมคือ โยเกิร์ต 200 กรัม หรือนัตโต 100 กรัมต่อวันครับ อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์แต่ถ้ากินมากเกินไป ก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายไ้ด้ครับ

ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม

Stretching

เพื่อสุขภาพของลำไส้ที่ดี การออกกำลังกายก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ลองแบ่งเวลาออกกำลังกายด้วยการเดิน หรืออะไรก็ได้สักสัปดาห์ละครั้ง นอกจากนี้ยังมีอีกวิธี คือหลังจากตื่นนอน ให้ดื่มน้ำ 1 แก้วจะช่วยปรับสภาพและกระตุ้นลำไส้ได้ หรือถ้าใครต้องเดินทางไกล อาจมีปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย ถ้ารู้จักใช้ยาอย่างถูกต้องและเหมาะสมก็พอจะช่วยได้ครับ แต่ยาที่ต้องระวังก็คือ ยาระบาย ยานี้ไม่ได้ช่วยกำจัดไขมันในร่างกาย แถมยังขับสารอาหารที่มีประโยชน์อื่นๆ ออกมาด้วยครับ ยิ่งเป็นการสร้างภาระให้กับร่างกายมากขึ้น

ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการลดความอ้วน ด้วยการแก้ไขอาการท้องผูก อ่านบทความเพิ่มเติมเรื่อง

Return Top